รูปแบบการตีกลองปูจาภาคเหนือตอนบน

ผู้แต่ง

  • จุติณัฏฐ์ วงศ์ชวลิต -

คำสำคัญ:

กลองปูจา, กลองภาคเหนือตอนบน, ภูมิปัญญาล้านนา

บทคัดย่อ

        การวิจัยเรื่อง รูปแบบการตีกลองปูจาภาคเหนือตอนบน เป็นงานวิจัยทางมานุษยดนตรีวิทยา ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทและรูปแบบการตีกลองปูจาของภาคเหนือตอนบน ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกต การบันทึกภาคสนาม และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ครูภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้สืบทอดกลองปูจา วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา พบว่า กลองปูจาเป็นกลองโบราณชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นกลองชุด ประกอบด้วยกลองใหญ่สองหน้าเรียกว่า “กลองทั่ง” ขึงด้วยหนังสัตว์และมีหมุดตอกรอบ กลองมีหน้ากว้างประมาณ 2-2.5 เมตร ตัวกลองทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ประดู่ ไม้เต็งรัง ไม้สัก และไม้ฉำฉา นอกจากนี้มีกลองลูกตุ๊บขนาดเล็ก 3 ใบ ขึงด้วยหนังสัตว์และมีหมุดตอกรอบเช่นกัน ใช้ตีขัดจังหวะกับกลองใหญ่ วางเรียงตามความถนัดของผู้ตีที่ได้รับสืบทอดจากครูผู้สอน โดยเดิมใช้เป็นสัญญาณออกศึกและเฉลิมฉลองชัยชนะ ต่อมานำเข้าสู่วัดเพื่อใช้เป็นกลองศักดิ์สิทธิ์ในการเป็นพุทธบูชา ตีในวันโกน วันพระและเป็นสัญญาณทางสังคมของชุมชน เช่น เรียกประชุม แจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือเตือนภัย รูปแบบจังหวะหลัก ได้แก่ จังหวะพุทธบูชา ตีช้าเรียบสง่า เน้นเสียงกลองก้องกังวานสะบัดชัยตีเร็วพร้อมไม้แส้ ล่องน่านตีเร็วสนุกสนาน และแจ้งเหตุด่วนเป็นการตีเร่งเร้าเพื่อสื่อสารกับชุมชน ปัจจุบันการตีกลองปูจาแบ่งเป็นสองรูปแบบ คือ การตีเพื่อพุทธบูชา และการตีเพื่อการแสดงหรือการแข่งขัน ระบำที่นิยม ได้แก่ เสือขบตุ๊ สาวหลับเต๊อะ ล่องน่าน และฟาดแส้ แต่ละจังหวัดมีชื่อเรียกระบำแตกต่างกันตามสำเนียงและเพื่อความสะดวกในการจดจำ การศึกษาครั้งนี้สะท้อนบทบาทวัฒนธรรม ประเพณี และสัญลักษณ์ทางสังคมที่กลองปูจายังคงมีความสำคัญในชุมชนและสะท้อนวิถีชีวิตชาวพุทธของชาวล้านนา จนเกิดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดให้อยู่คู่ชาวล้านนาสืบไป

เอกสารอ้างอิง

เฉลิมพล ทองพา. (2567, พฤษภาคม 22). องค์ความรู้เรื่องกลองปู่จา โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์เสน่ห์เสียงกลองปู่จา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์. https://www.facebook.com/UTTARADITPRD/posts/ยาวชนอำเภอท่าปลาสืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้านเสน่ห์เสียงกลองปู่จา.

ณรงค์ สมิทธิธรรม. (ม.ป.ป). บทความเรื่องการตีกลองล้านนา. [ต้นฉบับอัดสำเนาที่ไม่ได้ตีพิมพ์].

ณัฐพงศ์ ปันดอนตอง. (2564). กฎหมายโบราณล้านนา. สถาบันวิจัยล้านนา.

ณัฐวุฒิ ใจคำ. (2561). การศึกษารูปแบบการตีกลองสะบัดชัยในล้านนา. [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ทองทวี ยศพิมสาร.(2559). ฮีตฅนเมือง ฉบับคู่มือเข้าวัด–คู่มือประจำบ้าน. (พิมพ์ครั่งที่ 6).ณัฐพล การพิมพ์.

ทัศนีย์ ดอนเนตร์. (2564). การพัฒนาและสร้างสรรค์การตีกลองปูจาในจังหวัดลำปาง. วารสารวิชาการวัฒนธรรม, 12(2), 33–47.

ทิวาลักษณ์ กาญจนมยูร และคณะ. (2546). ศิลปวัฒนธรรมล้านนา. มติชน.

ธนพงศ์ เด็ดแก้ว. (2557). การศึกษากลองปูจาเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ธนาเทพ สกฺกว โส (ศักดิ์วงค์). (2560) ศึกษาการอนุรักษ์ก๋องปู่จาของชาวพุทธ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง. [วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ธิติพล กันตีวงศ์ และ ต่อพงษ์ เสมอใจ (2557).รายงานผลการสำรวจ โครงการสำรวจพื้นที่วัฒนธรรมด้านศิลปกรรมหัตถกรรม ดนตรี และนาฏยกรรม. สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

พระนคร ปรังฤทธิ์. (2553). พุทธปรัชญาเบื้องต้น. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

พระมหาอนุสรณ์ อภิวฑฺฒโน. (2566). ศึกษาความเชื่อเรื่องการตีกลองปูจาของประชาชนในจังหวัดแพร่. [วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. http://e-thesis.mcu.ac.th

ภัทระ คมขำ. (2556). การประพันธ์เพลงช้าเรื่องปูจานครน่าน. [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. http://cuir.car.chula.ac.th

สถาบันวิจัยพะเยา. (2563). การส่งเสริมศิลปะการแสดงกลองปูจาของชุมชนรอบกว๊านพะเยา. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่, 12(1), 77-86.

สนั่น ธรรมธิ. (2542). ตำนานเมืองล้านนา. โรงพิมพ์ศรีธรรม.

Poupeau, F., & Boissevain, K. (2012). Cultural heritage and local communities. Journal of Cultural Studies, 14(2), 101–118.

UNESCO. (2003). Convention for the safeguarding of the intangible cultural heritage.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-11-26