การส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของพระสงฆ์ในจังหวัดลพบุรี

Main Article Content

พระกิตติญาณเมธี (สมเกียรติ รามัญวงศ์)
วราภรณ์ ทรัพย์รวงทอง
สมบูรณ์ สุขสำราญ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทชุมชน สภาพปัจจุบันและปัญหาการส่งเสริมสุขภาพการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของพระสงฆ์ในจังหวัดลพบุรีและนำเสนอแนวทางการส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของพระสงฆ์ในจังหวัดลพบุรี เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสนทนากลุ่ม แบบสังเกต กลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) รวมทั้งสิ้นจำนวน 100 คน เป็นผู้รู้และเกี่ยวข้องกับการวิจัย  มีการตรวจสอบเครื่องมือด้วยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ผลการวิจัย พบว่า วัดเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน พระสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวเป็นโรคเรื้อรัง มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง เมื่อเจ็บป่วยซื้อยาฉันเอง อาหารที่ฉันได้จากการบิณฑบาต เป็นอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล กะทิ และไขมัน ออกกำลังกายด้วยการเดินและทำความสะอาดวัด ปัญหาที่พบ ได้แก่ ขาดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการส่งเสริมการออกกำลังกาย รวมถึงขาดการดูแลติดตามเยี่ยมที่ต่อเนื่องร่วมกันระหว่างวัดและหน่วยงาน องค์กรและประชาชนในชุมชน โดยแนวทางการส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของพระสงฆ์ในจังหวัดลพบุรี มี 6 ประการ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
(สมเกียรติ รามัญวงศ์) พ., ทรัพย์รวงทอง ว., & สุขสำราญ ส. (2018). การส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของพระสงฆ์ในจังหวัดลพบุรี. วารสารรัชต์ภาคย์, 12(25), 94–107. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RJPJ/article/view/121378
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จาริณี ยศปัญญา และ วันเพ็ญ ศิวารมย์. (2550). การวิจัยการดูแลสุขภาพองค์รวมของพระภิกษุสามเณรในวัดส่งเสริมสุขภาพ. ขอนแก่น: ศูนย์อนามัยที่ 6

เดชา บัวเทศ. (2553). สุขภาพพระสงฆ์ : รูปแบบการดูแลสุขภาพองค์รวมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในภาคกลางตอนบน.ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวัฒนธรรมศาสตร์.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ศุภลักษณ์ ธนธรรมสถิต, ปราณ. ปรียา โคสะสุ และ ศิรดา ศรีโสภา. (2552). สุขภาวะของพระภิกษุสงฆ์ในจังหวัดอุบลราชธานี. สืบค้นจาก http://guideubon.com/news/view.htm

สุรพันธ์ สุวรรณศรี, ทรงคุณ จันทจร และ พระสุทธิสารโสภณ. (2552). การสร้างความสงบสุขในสังคม :การศึกษาแนวทางการบูรณาการกระบวนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและคริสต์ศาสนาในภาคอีสาน. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุวิมล พลวรรณ. (2552). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของพระสงฆ์ที่อาพาธด้วยโรคเรื้อรังจังหวัดสระบุรีประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ วท.ม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยมหิดล,

สุภางค์ จันทวานิช. (2551). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พระมหาอุดร สุทฺธิาโณ (เกตุทอง). (2554). ศึกษาสุขภาพแบบองค์รวมวิถีพุทธในพระไตรปิฎก. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนาบัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระไตรปิฎกภาษาไทย, ฉบับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (2539).

พันธุ์ทิพย์ รามสูตร. (2540). การวิจัยปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาการ. สาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล.

รัชยา ภักดีจิตต์. (2555). ธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารภาครัฐและเอกชน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง

สุวัตสัน รักขันโท, อเนก คงขุนทด และสุมาลัย. กาญจนะ. รายงานการวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการ. ดูแลสุขภาพตนเองของพระภิกษุในเขตภาคใต้ตอน. บน. ม.ป.ท.; 2551.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2553). คู่มือปฏิบัติงานกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.

อรอุมา เลาหพิบูลย์กุล. (2557). วิธีการบำบัดรักษาสุขภาพเชิงพุทธบูรณาการ. วารสารสถาบันวิจัยญาณสังวร, 5(2), 39-46.

อุทัย สุดสุขและคณะ. (2552). รายงานการวิจัย โครงการศึกษาสถานการณ์ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ความต้องการ และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

Ellison, G. C. (1991).Religious involvement and subjective well-being‛, Journal of Health and Social Behavior.Vol. 32 No. 1 (March 1991) : 80-99

Denzin, N. K. (1978). The research act. New York: McGraw-Hill.

Dacha BowLong (2010). Priest Health: A holistic health care model by community participation in the sector.Ph.D. Department of Cultural Studies Mahasarakham University

Jariyanee Panya and Wanpen Sivarom (2007). The holistic health care research of monks and novices in the temple.Health promotion. Khon Kaen: Health Center 6

Lim, Chaeyoon, & Putnam, D.R. (2010). Religion Social Networks and Life Satisfaction. American Sociological Review. 75(6) 914–933

Pender,N.J. (1987). Health promotion in nursing practice. 2 nd ed. New York : Applenton Century. Crofts. Regional Level. Bangkok: National Health Security Office.

Suphakit Thanathatasit, Pran., Preecha Kosasu and Sirada Sripa (2009), The Study of the Monk's Health. In Ubon Ratchathani Province. From http://guideubon.com/news/view.htm

Surapun Suwansri, Khun Chantajorn and Phra Sutthisophon, (2009) Creating Peace in Society : A Study of the Way to Integrate Buddhist and Christian Evangelism in the Northeast.

Suvimol Phonrawan(2009) Factors related to quality of life of monks with chronic diseases in provinces.

Saraburi Thailand. Thesis. Bangkok: Mahidol University,

Supanong Chantavanich. (2008) Qualitative Research Methods. Bangkok: Chulalongkorn University.

A study of holistic health in the Buddhist scriptures in the Tipitaka. Thesis Doctor of Philosophy Faculty of Buddhism, Graduate School. Mahachulalongkorn University Royal College.

Srikantaiah, T.Kanti.& Koenig, Michael E.D. (2002). Knowledge Management for Information Professional. New Jersey: Information Today.

Schwadel, P., & Falci, C. D. (2012). Interactive effects of church attendance and religious tradition on depressive symptoms and positive affect. Society and Mental Health, 2(1), 21-34

Thai Buddhist Scriptures (1996), Mahachulalongkornrajavidyalaya University Dissertation (in Thai). Bangkok: Institute of Development. public health ASEAN University, Mahidol University A study of self-care behaviors of monks in the southern part of Thailand. . 2008.

Uma Laohaipiboonkul (2011). Method of Integrative Buddhist Therapy, Journal of the Buddhist Research Institute. Year 5 Issue 2 (July - December 2557) Page 39-46

Uthai Sudsuk and colleagues (2009). Research Report. A Study of Situational Ability Daily needs and quality of life of the elderly. Bangkok: National Research Council of Thailand.