ปัญหาอำนาจการสอบสวนคดีอาญาของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาอำนาจ การสอบสวนคดีอาญาของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ความหมาย หลักการ แนวคิดและทฤษฎี มาตรการทางกฎหมาย อำนาจการสอบสวนคดีอาญาของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ เพื่อเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยวิธีการศึกษาใช้วิจัยเชิงคุณภาพอันประกอบด้วย การศึกษาข้อมูลจากเอกสารทั้งของไทยและต่างประเทศ และการเก็บข้อมูลภาคสนามโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลสำคัญและแบบสัมภาษณ์มีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ 3 ท่าน และสรุปผลการวิจัยโดยอุปนัย
ผลจากการศึกษาพบว่า การสอบสวน เป็นการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ พนักงานสอบสวนจึงต้องเป็นเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ในการสอบสวน ซึ่งมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บัญญัติว่า “ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปลัดอำเภอและข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรี หรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตนหรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้” แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว มิได้กำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจมีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาประเภทหนึ่งประเภทใดโดยเฉพาะ ทำให้พนักงานสอบสวนดังกล่าว มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาทั้งปวง จึงเป็นเหตุให้เกิดปัญหาความไม่ชัดเจนของอำนาจสอบสวน ขาดความเป็นเอกภาพ เกิดความซ้ำซ้อน ในการสั่งการหรืออาจทำให้เกิดความสับสนในกระบวนการยุติธรรม
ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนะให้มีการออกกฎกระทรวงเพื่อเป็นแก้ไขข้อจำกัดและเพิ่มอำนาจการสอบสวนคดีอาญาของพนักงานฝ่ายปกครอง และตรากฎหมายที่เกี่ยวกับการงานสอบสวนโดยตรง เพื่อให้เกิดความชัดเจน เหมาะสม มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้อย่างแท้จริง
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ