เปรียบเทียบวิเคราะห์ภาษาทางการเมืองและภาพลักษณ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในช่วง พ.ศ. 2552-2556

Main Article Content

Jitpisud Kraiprasit
Pad Lawangkul
Chaichana Ingavata
Witayakorn Chiengkul

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง ภาษาทางการเมืองและภาพลักษณ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ในช่วง พ.ศ. 2552-2556 เป็นการเปรียบเทียบวิเคราะห์ภาษาทางการเมืองและภาพลักษณ์สะท้อนการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองของประเทศไทย วิเคราะห์จากรายการ โฆษณาและข่าว การวิจัยครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ (1) รายการ: รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” 91 รายการ และรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” 92 รายการ (2) โฆษณา: นายอภิสิทธิ์ 20 สปอร์ต และนางสาวยิ่งลักษณ์ 10 สปอร์ต (3) ข่าว: นายอภิสิทธิ์ 626 ข่าว และนางสาวยิ่งลักษณ์ 324 ข่าว (4) การสัมภาษณ์ มีสื่อสารมวลชน อดีตนักการเมือง นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและรัฐศาสตร์ รวม 8 คน


ผลการศึกษาพบว่า นายอภิสิทธิ์ สร้างภาษาทางการเมือง 9 รูปแบบคือ ภาษาที่ใช้เพื่อการชักชวน ภาษาทางการบริหาร การใช้คำ “ช่วยเหลือ” หรือ “สงเคราะห์” ตัวแสดงทางการเมือง ภาษาใช้อย่างแนบเนียนมาก ภาษามีมิติของคำ ภาษาใช้อำนาจต่อประชาชน โฆษณาชวนเชื่อ บ่งบอกใครคือศัตรู และให้เหตุผล นางสาวยิ่งลักษณ์ สร้างภาษาทางการเมือง 8 รูปแบบ คือ ภาษาที่ใช้เพื่อการชักชวน ภาษาทางกฎหมาย ภาษาทางการบริหาร การใช้คำ “ช่วยเหลือ” หรือ “สงเคราะห์” ตัวแสดงทางการเมือง ภาษาใช้อย่างแนบเนียนมาก ภาษามีมิติของคำ ภาษาใช้อำนาจต่อประชาชน และโฆษณาชวนเชื่อ การสร้างภาพลักษณ์ของนายอภิสิทธิ์คือ นักพูดที่มีวาทศิลป์สูงมาก การสร้างบุคลิกภาพให้เกิดการรับรู้ การยอมรับ และสนับสนุนจากทุกกลุ่มชนชั้น ส่วนการสร้างภาพลักษณ์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ คือ มีความสุภาพอ่อนน้อม การมีภูมิหลังเป็นคนสามัญธรรมดา การสร้างบุคลิกภาพให้เกิดการรับรู้ การยอมรับโดยการไม่ตอบโต้และการเห็นแก่ส่วนร่วม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Kraiprasit, J., Lawangkul, P., Ingavata, C., & Chiengkul, W. (2018). เปรียบเทียบวิเคราะห์ภาษาทางการเมืองและภาพลักษณ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในช่วง พ.ศ. 2552-2556. วารสารรัชต์ภาคย์, 12(27), 1–18. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RJPJ/article/view/162505
ประเภทบทความ
บทความวิจัย