การจัดการทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมของโรงเรียนสาธิตระดับมัธยมศึกษา

Main Article Content

ลักขณา คชสาร
พฤทธิ์ ศุภเศรษฐศิริ
ระวิวรรณ วรรณวิไชย

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการจัดการด้านวัฒนธรรมของโรงเรียนสาธิตในประเด็นของแนวคิด นโยบาย รูปแบบการจัดกิจกรรมและวิธีดำเนินงานด้านวัฒนธรรม 2) เพื่อศึกษาทัศนะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการจัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมของโรงเรียนสาธิต โดยกระบวนการศึกษา ประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 90 คน ร่วมกับการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจำนวน 137 คน ด้วยแบบสอบถาม ผลการศึกษาในส่วนของคุณภาพพบว่า รูปแบบการจัดกิจกรรม มี 2 รูปแบบ คือ จัดกิจกรรมประจำปี และการจัดกิจกรรมตามสถานการณ์ โดยวิธีการจัดการทางวัฒนธรรม ประกอบด้วย 1) การออกแบบโครงการเสนอผู้บริหาร 2) การพิจารณาและอนุมัติงบประมาณ 3) การแบ่งหน้าที่และจัดทำโครงสร้างการทำงาน ร่วมกับบริหารทรัพยากรทางวัฒนธรรม 4) การประชาสัมพันธ์ 5) การประเมินผล ผลการวิจัยเชิงปริมาณเกี่ยวกับทัศนะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พบว่าการจัดการของโรงเรียนสาธิต โดดเด่นเรื่องการให้ความสำคัญต่อศิลปวัฒนธรรมสูงที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.48 อยู่ในระดับมากที่สุด มีวิธีการดำเนินการโดดเด่น ค่าเฉลี่ย 4.49 อยู่ในระดับมากที่สุด ในขณะที่ผู้บริหารสถานศึกษา มีความโดดเด่นเรื่องการแสดงออกถึงความสนใจ ใส่ใจ มีความรู้สึกร่วมมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยในระดับ 4.41 อยู่ในระดับมากที่สุด จากข้อเสนอแนะของผู้เรียนพบว่า สิ่งสำคัญของการจัดการทางวัฒนธรรม คือ ระบบการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนอยากเข้าร่วมมากกว่าการตั้งกฎเกณฑ์บังคับให้เข้าร่วม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คชสาร ล., ศุภเศรษฐศิริ พ., & วรรณวิไชย ร. (2022). การจัดการทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมของโรงเรียนสาธิตระดับมัธยมศึกษา. วารสารรัชต์ภาคย์, 16(49), 180–193. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RJPJ/article/view/260944
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Koson, C. (2018). Management of Cultural Capital of Northern Thai Tribe. Journal of Administrative and Management, 6(2), 64-73. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/RCIM/article/view/150672/110555

Longinou, D. (2020). The Benefits from Cultural Activities at A School Environment. Journal of Contemporary Education Theory& Research, 4(1), 8-13. DOI: 10.5281/zenodo.3769252

Maneephruek, N., & Pholprasert, A. (2017). Guidelines for Art Education to Promote Multicultureal Values In Elementary International Schools. OJED, 12(4), 531-546. https://so01.tci- thaijo.org/index.php/OJED/article/view/161713/116632

Maryani, M., & Aguskin, L. (2018). University Students’ Understanding on Cultural Activities in American Culture Class. Lingua Cultura, 12(2), 169-177. DOI:10.21512/lc.v12i2.4043

McAleese, D., & Hargie, O. (2004). Five Guiding Principles of Culture Management: A Synthesis of Best Practice, Journal of Communication Management, 9(2), 155-170. DOI:10.1108/13632540510621399

Nerngchamnong, K. (2020). Cultural Knowledge Management. Journal of Art an Cultural Perception, 19(2), 216-230.

Pongthong, K., & Chaiamporn, S. (2019). Cultural Management Model of Ban Mark Kham and Ban Mark Muang in Trirath Municipality in AEC Era. Journal of Humanities & Social Sciences (JHUSOC), 17(1), 49-66.

Popenoe, D. (1993). American Family Decline, 1960-1990: A Review and Appraisal. Journal of Marriage and Family, 55(3), 527-542. https://doi.org/10.2307/353333

Rodkaew, P. (2011). Need for Recreation Management of Personel in the Central of Bunditpatanasilpa Institute[Master’s Thesis, Srinakarinwirot University].

Wanwichai, R. (2016). Cultural Management: A Case Study of Thai Folk Performances in Uttaradit Province, Journal of Cultural Approach, 17(31), 18-30. https://so02.tci- thaijo.org/index.php/cultural_approach/article/view/58349