Guidelines for utilization of distillery slop from liquor production for factory

Main Article Content

รัชฎา เลกุล
วิสาขา ภู่จินดา

Abstract

This study aimed to study the utilization of distillery slop in term of energy and agricultural, to compare of the social return on investment (SROI), the environmental impact i.e. CO2 equivalent emission throughout the product life cycle. Interviewing to the experts of liquor factory of distillery slop management, the farmers who grew sugarcane and used distillery slop in agriculture was conducted, (and data-recorded forms of the CO2 equivalent emission were also use). Data analysis methods descriptive analysis of distillery slop utilization and quantitative analysis of the social return on investment and analysis of the CO2 equivalent emission throughout the products life cycle.


The results showed that distillery slop of the utilizations was for energy and agricultural purposes, with social returns on investments of 2.96 and 22.28 respectively. The cost of technology use for the utilization of distillery slop was high, but the costs of water hydrolysis of the distillery slop was low, there for it was very weful for farmers who used distillery slop. It definitely created value with corporate social responsibility (CSR) for liquor factories. The CO2 equivalent emission found that the sugarcane cultivation has the highest CO2 equivalent emission of 0.3349 Ton CO2e per Rai, followed by the energy utilization 0.2960 Ton CO2e /1ton of steam. The lowest CO2 equivalent emission in agricultural utilization is 0.0224 Ton CO2e per 1 transportation cycle.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
Research Articles

References

1. กลุ่มส่งเสริมอุตสาหกรรมชีวภาพ. (2561). ความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากอ้อยและสภาวการณ์ข้อมูลการผลิตอุตสาหกรรม.สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย. 9-10.
2. เกียรติศักดิ์ พันธ์พงศ์ นวิทย์ เอมเอก และธิวาริ โอภิธากร. (2558). การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำกากส่าของโรงงานสุรากลั่นชุมชนโดยใช้กลยุทธ์การหมักร่วม.รายงานวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
3. ทัศนีย์ ดิฐกมล และสมบูรณ์ แก้วปิ่นทอง. (2547). ประโยชน์น้ำกากส่าสำหรับการผลิตข้าวจังหวัดขอนแก่นวารสารวิจัยมหาวิทยาลัยรามคำแหง. 7(ฉบับพิเศษ), 132-151
4. ทัศนา บุญประจำ. (2553). อิทธิพลของน้ำกากส่าต่อการเจริญเติบโตระยะแรกของอ้อยปลูก.การประชุมทางวิชาการ เสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 11.หน้า 704-711.มหาวิทยาลัยขอนแก่น
5. พงศ์เทพ สุวรรณวารี และคณะ(2556) วอเตอร์และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของการผลิตน้ำตาลทรายขาวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย กรณีศึกษา: จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. : 58-60.
6. ไพจิตรา กระแจหิน. (2552). การใช้ประโยชน์จากน้ำกากส่าเพื่อผลิตไฮโดรเจน. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,กรุงเทพฯ.
7. ศุภัชญา ชนชนะภัย. (2550). การใช้น้ำกากส่าของโรงงานสุราในการทำน้ำสกัดชีวภาพ. วิทยานิพนธ์ปริญญาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
8. สุนันท์ พูลธนกิจ. (2547). การบำบัดน้ำกากส่าของโรงงานสุรา องค์การสุรา โดยกระบวนการยูเอเอสบี. วิทยานิพนธ์ ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
9. โสภณ กิติ และคณะ(2549). รูปแบบการใช้ประโยชน์จากส่าเหล้าเพื่อเสริมสร้างรายได้และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมชุมชนโดยความร่วมมือของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่และเกษตรกรผู้ผลิตสุราพื้นบ้านตำบลห้วยหม้าย อำเภอสอง จังหวัดแพร่. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานภาค : 87.
10. วรรณวิจิตร พนมเชิง (2555). การศึกษาเทคโนโลยีบำบัดน้ำกากส่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอุตสาหกรรมผลิตสุรา. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.กรุงเทพมหานคร
11. องค์การสุรา. (2560). สถิติข้อมูลเกี่ยวกับแอลกอฮอล์. กรมสรรพสามิต. สืบค้นเมื่อ 18 กันยายน 2561, จาก http://www.liquor.or.th/aic/detail/สถิติข้อมูลเกี่ยวกับแอลกอฮอล์