การศึกษาสภาพ ความต้องการ องค์ประกอบ และขั้นตอนของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ อย่างสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู

Main Article Content

จุลลดา จุลเสวก
นคร ละลอกน้ำ
ธนะวัฒน์ วรรณประภา

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพ ความต้องการ องค์ประกอบ และขั้นตอนของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐานเพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการตอบแบบสอบถาม ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จำนวน 181 คน และอาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จำนวน 48 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการสัมภาษณ์ ได้แก่ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ที่มีประสบการณ์สอนไม่ต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 5 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แบบสอบถามสภาพและความต้องการของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน (สำหรับนักศึกษา) (2) แบบสอบถามสภาพ ความต้องการ องค์ประกอบ และขั้นตอนของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน (สำหรับอาจารย์) และ    (3) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเกี่ยวกับองค์ประกอบและขั้นตอนของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า


  1. สภาพ ความต้องการ ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐานเพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู ตามความคิดเห็นของนักศึกษา มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด

       2. สภาพ ความต้องการ ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐานเพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ส่วนองค์ประกอบและขั้นตอน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด   


  1. ผลการสัมภาษณ์เกี่ยวกับองค์ประกอบ และขั้นตอนของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐานเพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การออกแบบการจัดการเรียนรู้ (2) การดำเนินการจัดการเรียนรู้ (3) การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ และ (4) การวัดและประเมินผล ในส่วนของขั้นตอนประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ขั้นกระตุ้นความสนใจ (2) ขั้นสำรวจและค้นคว้า (3) ขั้นพัฒนาแนวคิดและสร้างสรรค์ (4) ขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ (5) ขั้นสะท้อนคิดและพัฒนา

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรัณย์พล วิวรรธมงคล. (2561). รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความ สามารถจัดการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิชาการ Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์และศิลปะ. 11(3). 92-114.

กานดา สุจรรยา. (2568). การพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน เพื่อพัฒนาสมรรถนะการคิดเชิงคํานวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร. 13(4), 1716-1729.

ณิชภานิดา เพ็งนาม และสุมิตร สุวรรณ. (2567). สภาพปัจจุบันและความต้องการในการจัดการเรียนรู้ยุควิถีถัดไปของครูโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม. วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์ (มสป.). 26(2), 192-209.

ทรูปลูกปัญญา. (2564). แนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : https://www.trueplookpanya.com/blog/content/87869/-blog-teamet-

นภัค วุฒิคลาด. (2566). การประเมินตนเองและการประเมินโดยเพื่อนร่วมชั้นเพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีและพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ในผู้เรียน. วารสารพัฒนาการศึกษา. 15(2), 123-135.

บรรจง อมรชีวิน. (2554). Thinking school สอนให้คิด. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์.

พัชรินทร์ รุจิรานุกูล และอัฐฉญา แพทย์ศาสตร์. (2561). ความต้องการและแนวทางการพัฒนานักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ในยุคไทยแลนด์ 4.0. จันทบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

พิชามญชุ์ สุรียพรรณ. (2565). เทคโนโลยีดิจิทัลกับการจัดการเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์. วารสารบัณฑิตวิจัย. 13(1), 1-12.

ยืน ภู่วรวรรณ. (2564). รูปแบบการเรียนรู้วิถีใหม่ ชีวิตวิถีใหม่และความฉลาดทางดิจิทัล. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : https://learningdq-dc.ku.ac.th/course/?c=3&l=3.

วัชราภรณ์ ประภาสะโนบล. (2564). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาครูโดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสร้างสรรค์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของนักเรียน. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วาสนา กีรติจำเริญ. (2568). นวัตกรรมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒนผล. (2563). การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ (Creative Learning). กรุงเทพฯ : จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.

วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. (2558). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน. วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้. 1(2), 23-37.

ศศิพัชร จำปา. (2561). สภาพและปัญหาในการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูสังคมศึกษา. วารสารวิชาการ Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์และศิลปะ. 11(2). 1121-1137.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). โครงการวิจัยและพัฒนาการจัดการเรียนรูแบบสร้างสรรคเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). รายงานการศึกษาไทย พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟค.

สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย. (2560). ขับเคลื่อนการศึกษามัธยมศึกษาไทย 4.0 เพื่อการจ้างงานในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สหพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

อัศวนนทปกรณ์ ธเนศวีรภัทร พรพรหม ชัยฉัตรพรสุข ฉันทนา เชาว์ปรีชา และสายสวาท สุวัณณกีฏะ. (2562). การสร้างสรรค์นวัตกรรมการสอนวิทยาศาสตร์ผ่านการเรียนรู้ด้วยโครงงานอย่างมีมาตรฐานขั้นสูงสุด. วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้. 10(1), 123-136.

David W.Cearley. (2016). The Top10 Strategic Technology Trends for 2017. Gartner, Inc.

EdCAinstitute. (2022). Technology-based Learning เชื่อมโยงความรู้ เทคโนโลยี ผสานวิธีจัดการเรียนรู้ สู่การสอนแห่งอนาคต. (online). Available from: https://www.edcainstitute.com/wp-content/uploads/2022/03/WP-Blended-Learning.pdf.