The Effects of Self-Efficacy Encouragement Program on Public Mind of Secondary Education Grade 2 Students

Main Article Content

Suni Nimklang
Prayut Thaithani

Abstract

The purposes of this experimental research were to: 1) Compare the Public Mind of an experimental group student before and after; and 2) Compare the Public Mind after participation between the experimental group and the control group students. The samples in this study were the secondary grade 2 students of 87 students form 806 students studying in second semester of academic year 2020 selected by the cluster random sampling. They were randomly divided into 2 groups: 44 for an experimental group and 43 for a control group. Instrument used in the experiment were the Self-Efficacy Encouragement Program 5 time, 2-4 hours at the time total of 12 hours, and the questionnaire of Public Mind 25 items. Statistics used for data analysis were mean, standard deviation, and t-test.


The results showed that: 1) The experimental group students had a posttest score statistically higher than before at the .01 level of significance; and 2) the experimental   group students had a score of Public Mind statistically higher than the control group. at the .01 level of significance.

Article Details

Section
บทความวิจัย (Research Articles)

References

ดวงดาว พรีพรม. (2558). การศึกษาจิตสาธารณะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา).

ดวงมณี วรรณสุทธิ์. (2552). การพัฒนาจิตสาธารณะสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 4 (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).

นรรัชต์ ฝันเชียร (2562). จิตอาสาพัฒนาเด็กไทย. สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2563 จาก https://www.trueplookpanya.com/blog/content/72058/-blog-teaartedu-teaart-

นิตยา รามศิริ. (2560). ได้ศึกษาการเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).

ประยุทธ ไทยธานี. (2555) แรงจูงใจในการเรียน. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.

พรทิพย์ มนตรีวงศ์. (2554). การพัฒนาจิตสาธารณะในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยการให้คำปรึกษากลุ่มแบบพิจารณาเหตุผล อารมณ์และพฤติกรรม (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา).

ภาสุดา ภาคาผล. (2556). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานในวิชาสังคมศึกษาโดยใช้กิจกรรมการบริการสังคมที่มีต่อมโนทัศน์และพฤติกรรมจิตสาธารณะของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

มูลนิธิยุวพัฒน์. (2562). สุขที่ได้ให้. สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2563, จาก https://www.yuvabadhanafoundation.org/th

วัชรียา เขียนนอก. (2554). ปัจจัยคัดสรรที่ส่งผลต่อจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา).

สุนทรี จูงวงศ์สุข. (2548). การใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อสร้างเสริมนิสัยจิตสาธารณะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่).

ศิริธร ศรีจำนงค์. (2557). การพัฒนาหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ตามแนวจิตตปัญญาศึกษา (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).

อภิเชษฐ จันทนา. (2553). ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาจิตสาธารณะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านโป่งขุนเพชรพัฒนา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 3 (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น).

Bandura, A. (1977). Self-Efficacy: Toward a unifying theory of behavior change. Psychological Review, 84(2), pp. 191-215.

Bandura, A. (1986). Social foundation of though and action: A social cognitive theory. New Jersey: Prentice-Hall.

Cardak, O. & Dikmenli, M. (2017).Preservice Teachers' Perception Levels Concerning Consumer Environmental Consciousness.Journal of Education in Science, Environment and Health, 3(2), pp.157-164.

Lavedores, A. N., Escobedo, P. S. & Sosa, J. P. (2017).Academic Self-Efficacy of High Achieving Students in Mexico.Journal of Curriculum and Teaching, 6(2), pp. 84-89.

Pietsch, J., Walker, R. A. & Chapman, E. (2003).The Relationship Among Self-Concept and Performance in Mathematics During Secondary School. Journal of Education Psychology, 95(3), pp. 589-603.