ผลการจัดกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของ Orff และ Dalcroze ที่มีต่อความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย

Main Article Content

กฤษดา ยะแสง
สิรินาถ จงกลกลาง

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางพหุปัญญาด้านดนตรี ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของ Orff และ Dalcroze และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางพหุปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหวของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของ Orff และ Dalcroze


กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนระดับปฐมวัยปีที่ 3/1 โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 26 คน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของ Orff และ Dalcroze จำนวน 10 แผน และ 2) แบบวัดความสามารถทางพหุปัญญาด้านดนตรี และ 3) แบบวัดความสามารถทางพหุปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)


ผลการศึกษา พบว่า


1.ความสามารถทางพหุปัญญาด้านดนตรี จากการจัดกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของ Orff และ Dalcroze หลังการจัดกิจกรรมสูงกว่า ก่อนการจัดกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


2. ความสามารถทางพหุปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว จากการจัดกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของ Orff และ Dalcroze หลังการจัดกิจกรรมสูงกว่า ก่อนการจัดกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

บท
บทความวิจัย (Research Articles)

References

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กิติพงษ์ ลือนาม. (2561). วิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา. นครราชสีมา: โคราช มาร์เก็ตติ้งแอนด์โปรดักชั่น.

กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). รูปแบบการเรียนการสอนปฐมวัยศึกษา. กรุงเทพฯ: มิตรสัมพันธ์กราฟฟิค.

เชษฐพงศ์ รอตฤดี, พิมลมาศ พร้อมสุขกุล, มนสิการ เหล่าวานิช และประวีนา เอี่ยมยี่สุ่น. (2563). ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านตรีตามแนวการสอนของออร์ฟและดาลโครซ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนรุ่งอรุณ. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 7(1), น. 133-144.

ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2544). จิตวิทยาการสอนดนตรี. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2555). ดนตรีศึกษา:หลักการและสาระสำคัญ (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2561). ดนตรีศึกษา:หลักการและสาระสำคัญ (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2562). ศาสตร์การสอน (พิมพ์ครั้งที่ 23). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธวัชชัย นาควงษ์. (2542). การสอนดนตรีสำหรับเด็กตามแนวของคาร์ล ออร์ฟ(Orff-Schulwerk). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ประพันธ์ศักดิ์ พุ่มอินทร์. (2559). ประโยชน์ของดนตรีต่อเด็ก (The Benefits of Music for Children). วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ, 20(2), น. 13-24.

โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา. (2562). หลักสูตรปฐมวัยโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา พุทธศักราช 2562 ตามหลักสูตรปฐมวัยศึกษา พุทธศักราช 2560.นครราชสีมา: ผู้แต่ง.

วีรพล แสงปัญญา. (2562). จิตวิทยาการเรียนการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อารี สัณหฉวี. (2552). พหุปัญญาประยุกต์. กรุงเทพฯ: อุบล หล่อพัฒนาชัย.

Dalcroze, E. J. (1980). Rhythm, music & education. Hazell: Watson & Viney.

Giddens, M. J. (1993). A unity of vision: The ideas of Dalcroze, Kodaly and Orff and their historical development (Doctoral dissertation, University of Melbourne).

Michelaki, E. &Bournelli, P. (2016).The Development of Bodily-Kinesthetic Intelligence through Creative Dance for Preschool Students. Journal of Educational and Social Research, 6(3), pp. 23-32.

Mills, S. W. (2000). The Role of Musical Intelligence in a Multiple Intelligences Focused Elementary School (Doctoral dissertation, University of Central Florida).

Zachopoulou, E., Derri, V., Chatzopoulos, D. &Ellinoudis, T. (2003). Application of Orff and Dalcroze activities in preschool children: Do they affect the level of rhythmic ability?. The Physical Educator, 60(2). pp. 50-56.