รูปแบบการบริหารเครือข่ายสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา

Main Article Content

จัตุพร บุญระดม
พิกุล ภูมิโคกรักษ์
ศักดิ์ชัย ภู่เจริญ

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์  1) เพื่อศึกษาสภาพ และความต้องการจำเป็นในการบริหารเครือข่ายของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา  2) เพื่อสร้างรูปแบบ  3) เพื่อประเมินรูปแบบ การดำเนินการวิจัย วิธีการวิจัยเป็นแบบผสมพหุระยะมี 4 ขั้นตอน คือ (1) การศึกษาการบริหารเครือข่ายสถานศึกษา โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา (2) ศึกษาสภาพและความต้องการจำเป็นของการบริหารเครือข่ายสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา โดยใช้แบบสอบถามกับผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง (3) การสร้างรูปแบบการบริหารเครือข่ายสถานศึกษา โดยตรวจสอบรูปแบบจากการสนทนากลุ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิ  9  คน (4) การจัดทำคู่มือการใช้รูปแบบและประเมินประโยชน์รูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ  7 คน ตรวจสอบประเมินความเหมาะสมและเป็นไปได้ แล้วประเมิน  ความเป็นประโยชน์โดยแบบสอบถามกับผู้อำนวยการโรงเรียน 40 คน เครื่องมือในการวิจัยมี 3 แบบ คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามสภาพและความต้องการจำเป็น และแบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ของคู่มือและประเมินประโยชน์ ของรูปแบบ กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาจากทั้ง 7 เขต จำนวน 297 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า (1) สภาพและความต้องการจำเป็นมีการบริหารเครือข่ายในสถานศึกษาทั้ง 7 เขต (2) รูปแบบการบริหารเครือข่ายสถานศึกษา และองค์ประกอบการบริหารเครือข่ายสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา มี  6 องค์ประกอบ คือ   วิสัยทัศน์ร่วม  โครงสร้างและระบบบริหารการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีความสัมพันธ์  และผลสำเร็จ  3) ผลการประเมินรูปแบบมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ ในระดับมากที่สุด ทุกด้าน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)

เอกสารอ้างอิง

ปัญญา แก้วกียูร. (2561). กลยุทธการสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา. เอกสารพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ, สถาบันพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา.
ยงยุทธ ยะบุญธง และชูชีพ พุทธประเสริฐ. (2559). รูปแบบการบริหารภาคีเครือข่ายสถานศึกษาระดับประถมศึกษาที่เป็นเลิศในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์, 22(2), น. 64-75.
ยุทธนา คงแหลม. (2559). การศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการของสถานศีกษาระดับมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 27(2), น. 185-196.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2550). แนวทางกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้คณะกรรมการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สมบูรณ์การเกษตร.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). บันทึกสพฐ. 2561. กรุงเทพฯ: คุรุสภา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2557). รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟิก.
เสมอ สุวรรณโค. (2558). รูปแบบเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารวิชาการมศว., ปีที่ 6 ฉบับที่ 2.
James, M., McCormick, R., Black, P., Carmichael, P., Drummond, M. J., Fox, A., … & (2007). Improving Learning How to Learn: Classrooms, schools and networks. Routledge.
Ribchester, C., & Edward, W. J. (2007). Co-operation in the countrysidePrimary School Cluster.http//:llaperwebscohot.com http//:llaperwebscohot.com/lehost/detail/vid=13Ghid=3684 db3b-45f9
Spring, J. (2012). Education networks: Power, wealth cyberspace, and the digital mind. Routledge
Topping, P. A. (2002). Managerial leadership. New York: Mc Graw-Hill.