จุดเปลี่ยนการเตรียมความพร้อมเด็กเยาวชนสถานสงเคราะห์นำร่องออกสู่สังคม: ข้อค้นพบจากการติดตามประเมินผล
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาจุดเปลี่ยนการเตรียมความพร้อมเด็กเยาวชนในสถานสงเคราะห์นำร่องออกสู่สังคม และเพื่อนำเสนอแนวทางที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างจุดเปลี่ยนฯ กลุ่มตัวอย่างได้จากการติดตามประเมินผลโครงการเตรียมความพร้อมเด็กเยาวชนออกสู่สังคม 2 กลุ่ม คือ 1) ผู้ปฏิบัติในระบบหลัก 4 ระบบ จำนวน 15 คน 2) ทีมนำในระบบสนับสนุน 3 ระบบ จำนวน 15 คน จากสถานสงเคราะห์นำร่อง 5 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ระดับลึก และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลแบบแยกแยะเนื้อหา และตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า
ผลการวิจัย พบว่า จุดเปลี่ยนฯ มี 3 มิติเชื่อมโยงกัน คือ 1) ผู้ปฏิบัติฯ ได้รับการพัฒนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณค่าจากภายใน 2) เด็กเยาวชน ได้รับการเตรียมความพร้อม โดยใช้คุณค่าทางจิตใจมาโน้มน้าวให้เปลี่ยนพฤติกรรมเองโดยไม่บังคับ 3) องค์กรมีเครื่องมือในการบริหารจัดการ และพัฒนาบุคลากรตามแนวทางการจัดการเชิงระบบ ส่งผลให้ทำงานเป็นทีม ปัญหาอุปสรรค คือ ผู้ปฏิบัติฯ ทั้ง 5 แห่ง หมุนเวียนตลอดเวลา เนื่องจากกฎระเบียบราชการ มี 3 แห่ง เน้นพัฒนาทักษะเฉพาะบุคคลมากกว่าทีม ทำให้ได้ผลต่ำกว่าเป้า แนวทางที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างจุดเปลี่ยนฯ มี 3 แนวทาง คือ 1) มิติผู้ปฏิบัติฯ ให้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพทั้งด้านความรู้ทักษะและด้านจิตใจควบคู่กัน 2) มิติเด็กเยาวชน ให้มีการเปลี่ยนผ่านเชิงอำนาจจากการบังคับให้ทำตามสู่การใช้คุณค่าทางจิตใจมาโน้มน้าวให้ทำเองโดยไม่บังคับ 3) มิติองค์กรให้ดำเนินการพัฒนานวตกรรมเพื่อใช้ในกระบวนการทำงานและการพัฒนาบุคลากรตามแนวทางการจัดการเชิงระบบ ควบคู่กับการถอดบทเรียน และการกำหนดทิศทางการดำเนินงานร่วมกับเครือข่าย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2560). แผนกลยุทธ์กรมกิจการเด็กและเยาวชนฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพฯ: กรมกิจการเด็กและเยาวชน. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2565 จาก https://www.dcy.go.th/dcy/webnew/upload/download/file_th_20172404004528_1.pdf
กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2563). รายงานประจำปี กรมกิจการเด็กและเยาวชน 2563. กรุงเทพฯ: กรมกิจการเด็กและเยาวชน. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2565 จาก https://www.dcy.go.th/dcy/webnew/upload/download/file_th_20213105124152_1.pdf
กิตติทัช เขียวฉะอ้อน และธีระวัฒน์ จันทึก. (2560). การทำงานเป็นทีมสู่การเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน. วารสารดุสิตธานี, 11(1), น. 355-370. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2565 จาก https://www. so01.tci-thaijo.org/index.php/journaldtc/article/
download/135704/101384/
ชัยวัฒน์ ใบไม้. (2564). แนวคิดเชิงระบบสู่การบริหารธุรกิจยุคใหม่. วารสารปาริชาติ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 34(3), น. 18-36. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2565, จาก https://so05.tci-Thaijo.org/index.php/parichartjournal/acticle/download/242363/172180/
ฐิตินันท์ ผิวนิล และชลธิชา อัศวนิรันดร. (2564). ความ (ไม่) มั่นคงในงานของลูกจ้างชั่วคราวในภาคราชการไทย. Journal of Demography, 37(1), น. 27- 48. สืบค้นเมื่อ 9 เมษายน 2565, จาก http://www.cps.chula.ac.th/newcps/journalnew/
myfilepdf/37-2-6-2564.pdf
นิรันทร์ ภิรมย์ลาภา, อนันต์ ธรรมชาลัย และสานิต ศิริวิศิษฐ์กุล. (2562). แนวทางการจัดการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการดูแลเด็กและเยาวชนในสถานสงเคราะห์. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ, 6(1), น. 358-382. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2565, จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/isshmu/issue/view/13787
นิยาพร ไชยเสน. (2561). การพัฒนาการปฏิบัติงานของพี่เลี้ยงในสถานสงเคราะห์เด็กอ่อน ตามกรอบการปฏิบัติงานการคุ้มครองเด็กในสถานรองรับเด็กของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์).
ปิ่นมณี ขวัญเมือง. (2563). จิต 5 ประการต่อการประกอบอาชีพครู. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 19(3), น. A1-A7. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2565, จาก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/JIE/article/download/243499/165725/
พสุ วุฒินันท์ และนาฎนภางค์ โพธิ์ไพจิตร. (2564). แนวทางการให้คำปรึกษาตามทฤษฎีพฤติกรรมนิยม. วารสารพุทธิจิตวิทยา, 6(1), น. 9-18. สืบค้นเมื่อ 9 เมษายน 2565, จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jbp/article/view/250016/169784
ภาวิณี เพชรสว่าง และสมิตรา พรวัฒนเวทย์. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการฝึกสติและสติสนทนาในองค์กรกับระดับสติความสามารถในการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 29(4), น. 312-322. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2565, จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/250822
รัตนวัชร์ เพ็ญรัตน์หิรัญ และก่องทรัพย์ ทองคำ. (2564). การสำรวจ Soft Skill ที่จำเป็นของสถานประกอบการในศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 15(1), น. 59-69. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2565, จาก https:// so05.tci-thaijo.org/index.php/
RRBR/article/download/250889/170027
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580). กรุงเทพฯ:สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. สืบค้นเมื่อ 11 มิถุนายน 2565, จาก https://drive.google.com/file/d/1XSBMp8OCsauJqECOB-XZLB91-cRrNsEV/view
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). รายงานความก้าวหน้าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. สืบค้นเมื่อ 11 มิถุนายน 2565, จาก https://sdgs.nesdc.go.th/wp-content/uploads/2021/11/Thailands-SDGs-report-2016-2020-book_for-web-1.pdf
องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ. (2557). การศึกษาทบทวนด้านการดูแลเด็กทดแทนในประเทศไทย: นโยบายสู่การปฏิบัติโดยมุ่งเน้นเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี/เอดส์ (CABA). กรุงเทพฯ: องค์การยูนิเซฟ, ประเทศไทย สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2565, จาก https://www.unicef.org/thailand/th/reports
Berens, A. & Charles, A. (2015). The science of early adversity: is there a Role for large institutions in the care of vulnerable children? Retrieved May 3, 2022, from https://bettercarenetwork.org/sites/default/files/
PIIS0140673614611314.pdf
Dogan, I. (2021). Self and Self-Esteem in Young People in Need of Protection and Care in Turkey. Retrieved May 3, 2022, from https://www.grin.com/document/1034852
Hermenau, K., Kaltenbach, E., Mkinga, G. & Hecker, T. (2015). Improving care quality and preventing maltreatment in institutional care-a feasibility study with caregivers. Retrieved May 3, 2022, from https://www.frontiersin.org/
articles/10.3389/fpsyg.2015.00937/full
Satarupa, D. (2018). Preparation for social reintegration among young girls in Residential care in India. International Journal of Child, Youth and Family Studies, 9(2), pp. 151-170, Retrieved May 3, 2022 from https://journals.uvic.ca/index.php/ijcyfs/article/view/18217