การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 โดยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังเรียนโดยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์ 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านโคกกระชายโนนกุ่ม ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 14 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์ จำนวน 5 แผน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบทักษะการอ่านออกเสียง จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test ) ผลการศึกษา พบว่า 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษหลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์สูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษหลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชนิดา อยู่ยรรยง และละมุล รอดขวัญ. (2563). ผลการสอนแบบโฟนิกส์ที่มีต่อทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/5 โรงเรียนเจริญวิทย์ อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 11 (น. 291-295). นครศรีธรรมราช: วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้.
ณัฐพล สุริยมณฑล. (2561). การสอนแบบโฟนิกส์เพื่อส่งเสริมการออกเสียงและความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. Nakhon Phanom University Journal, 8(2), น. 117-124.
ธีราภรณ์ พลายเล็ก. (2564) .ปัจจัยที่มีผลต่อการพูดภาษาอังกฤษของนักศึกษาปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตกรุงเทพมหานคร (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
นันท์ชญาน์ มั่นเจริญ. (2557). ปัญหาการออกเสียงภาษาอังกฤษของผู้เรียนชาวไทย. สืบค้นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.gotoknow.org/Posts/569016
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปิยพร เกื้ออนันต์. (2564). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีการสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับการใช้สื่อประสม การเสริมแรง และเพื่อนช่วยเพื่อน (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร).
รวีพร จรูญพันธ์เกษม, ดารณี ธัญญสิริ, พรพิมล เสมเจริญ และณัฎฐกิตติ์ เจริญสุข. (2561). การพัฒนารูปแบบการสอนโดยอาศัยแอปพลิเคชันการอ่านออกเสียงด้วยระบบรู้จำเสียงพูดและเกมทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวเฉียว เฉลิมพระเกียรติ, 4(1), น. 56-68.
รุ่งอรุณ โรจน์รัตนาดำรง ไชยศรี. (2560). วิธีการสอนแบบโฟนิกส์. สารานุกรมศึกษาศาสตร์ (Encylopedia of Education), 52(1), น. 48-54.
สมบูรณ์ ตันยะ. (2556). วิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา. นครราชสีมา: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนคราชสีมา.
Gunning, T. G. (2013). Creating literacy instruction for all students. The United States of America: Pearson.
International Language. (2016). Languages of the world. Retrieved July 27, 2022, from http://www.nationsonline.org/oneworld//languages.htm
Zanuwar, H. A. (2012). The use of phonics method to improve pronunciation for young learners An Experimental Study of the fifth Grade Students of SD N Pucungroto in the Academic Year of 2011/2012 (Research report). Semarang: Universitas Negeri Semarang.