การพัฒนาชุดฝึกอบรมผ่านเว็บเรื่อง การสอนกลวิธีการอ่าน สำหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษา

Main Article Content

อารีรักษ์ มีแจ้ง

บทคัดย่อ

                งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดฝึกอบรมผ่านเว็บเรื่อง การสอนกลวิธีการอ่าน สำหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษา และ 2) ศึกษาผลการใช้ชุดฝึกอบรมผ่านเว็บที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สนใจสมัครเข้ารับการอบรม จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แบบประเมินคุณภาพชุดฝึกอบรมผ่านเว็บ (2) ชุดฝึกอบรมผ่านเว็บ  (3) แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสอนกลวิธีการอ่าน (4) แบบบันทึกสะท้อนคิดการจัดการเรียนรู้ และ (5) แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดฝึกอบรมผ่านเว็บเรื่อง การสอนกลวิธีการอ่าน สำหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษา ประกอบด้วยนวัตกรรม 2 ชิ้น คือ ชุดฝึกอบรมผ่านเว็บ และคู่มือการใช้งาน ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพของชุดฝึกอบรมและคู่มือการใช้งานว่าในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 2) ครูผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสอนกลวิธีการอ่านหลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนการฝึกอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อมูลจากแบบบันทึกสะท้อนคิดการจัดการเรียนรู้แสดงให้เห็นว่า ครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามแนวคิดของการสอนกลวิธีการอ่าน บรรลุเป้าหมายในการสอน มีความเข้าใจและมั่นใจในการสอน และเห็นประโยชน์ของการสอนกลวิธีการอ่าน จุดด้อยของการสอนกลวิธีการอ่านไม่ได้เกิดจากปัญหาของการสอน แต่เป็นปัญหาของตัวครูที่ใช้เวลาในการเตรียมตัวสอน ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลวิธี และจัดหาสื่อเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังพบว่า โดยรวมครูมีความพึงพอใจต่อการฝึกอบรมผ่านเว็บในระดับมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มีแจ้ง อ. (2020). การพัฒนาชุดฝึกอบรมผ่านเว็บเรื่อง การสอนกลวิธีการอ่าน สำหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ., 13(1), 1–14. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou/article/view/175338
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เกร็ดทราย วุฒิพงษ์. (2559). การใช้ชุดฝึกอบรมบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษด้านการออกเสียง การอ่านและการเขียนต่อความสำเร็จ และแรงจูงใจของครูระดับประถมศึกษา. วารสารปาริชาต, 29(1), 216-242.

เชษฐา ทองยิ่ง (2559) . ปัญหาครู:ปัญหาที่รอการปฏิรูป. สืบค้นจาก http://library2.parliament.go.th/ebook/content-issue/2559/hi2559-091.pdf

ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง. (2545). Designing e-learning หลักการออกแบบการการสร้าง เว็บเพื่อการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์.

ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ. (2558). หน่วยที่ 8 ชุดการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่าย. ใน เอกสารการสอนชุดวิชาสื่อการศึกษาพัฒนาสรร หน่วยที่ 1-8. (พิมพ์ครั้งที่ 1, น. 8-1-8-54). นนทบุรี: สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

มณีรัตน์ สุกโชติรัตน์. (2555). อ่านเป็น: เรียนก่อน สอนเก่ง (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊กส์พับลิเคชั่นส์.

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2562). สถิติ O-NET ย้อนหลัง. สืบค้นจาก http://www.niets.or.th/th/catalog/view/3865

สพฐ. เร่งสร้างระบบข้อมูลกลางลดภาระครู. (20 สิงหาคม 2561). เดลินิวส์ออนไลน์. สืบค้นจาก https://www.dailynews.co.th/education/661555

อารีรักษ์ มีแจ้ง. (2560). การพัฒนาชุดฝึกอบรมผ่านเว็บเรื่อง การสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะสำหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 19(4), 110-131.

Anderson, N. J. (1991). Individual differences in strategy use in second language reading and testing. The Modern Language Journal, 75(4), 460-472.

Auerbach, E. R., and Paxton, D. (1997). It's not the English thing: Bringing reading research into the ESL classroom. TESOL Quarterly, 31(2), 237-261.

Barnett, M. (1989). More than meets the eyes. New Jersey: Prentice Hall.

Davis, D. S. (2010). A meta-analysis of comprehension strategy instruction for upper elementary and middle school students. (Unpublished doctoral dissertation). Vanderbilt University, Nashville, TN. Retrieved from http://etd.library.vanderbilt.edu/available/etd-06162010- 100830/

Dohower, S. L. (1999). Supporting strategic stance in the classroom: A comprehension framework for helping teachers help students to be strategic. The Reading Teacher, 52(7), 672-688.

Ghirardini, B. (2011). E-learning methodologies: A guide for designing and developing e-learning courses. Rome: Food and Agriculture Organization of the United Nations.

Grabe, W., & Stoller, F. (2002). Teaching and researching reading. Harlow: Pearson Education.

Khan, B. (2009). Web-based training. In M. J. Marquardt (Ed.), Human resources and their development volume II: Encyclopedia of life support systems. (pp.152-185).Oxford: EOLSS Publishers.

Klapwijk, N.M. (2012). Reading strategy instruction and teacher change: Implications for teacher training. SA Journal of Education, 32(2), 191-204. Retrieved from http://www.sajournalofeducation.co.za/index.php/saje/article/view/618/301

OECD. (1998). Staying ahead: In-service training and teacher professional development. France: OECD Publishing.

Reutzel, D. R., Smith, J. A., & Fawson, P. C. (2005). An evaluation of two approaches for teaching reading comprehension strategies in the primary years using science information texts. Early Childhood Research Quarterly, 20 (3), 276-305.

Richards, J. C., & Farrell, T. S. C. (2005). Professional development for language teachers. New York:

Cambridge University Press.

Topalaa, I. & Tomozi, S. (2014). Learning satisfaction: validity and reliability testing for students' learning satisfaction questionnaire (SLSQ). Procedia - Social and Behavioral Sciences. 128, 380-386. Retrieved from https://core.ac.uk/download/pdf/82439568.pdf