ประวัติความเป็นมา
วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช 2557 โดยได้รับทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ โดยมีเป้าประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่ทางวิชาการให้แก่คณาจารย์ นักวิชาการ และผู้สนใจ ได้นำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สู่สาธารณชนรวมถึงแวดวงวิชาการ กองบรรณาธิการมีความคาดหวังว่าจะพัฒนาวารสารนี้ให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ได้รับผลการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 1 สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ต่อมาปีพุทธศักราช 2563 – ปัจจุบัน วารสารได้รับผลการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการ และผ่านการรับรองคุณภาพของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal Citation Index Centre) อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 2 พ.ศ.2563-2567
ในปีพุทธศักราช 2566 วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และสำนักงานหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้อนุมัติเลข ISSN (Online) 2985-122X ให้แก่วารสารฯ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 และได้อนุมัติเลข ISSN Print 2985-1270 ให้แก่วารสารฯ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2566
โดยมีการประเมินคุณภาพจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรอง (Peer Review) ในรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อหรือข้อมูลของผู้แต่งบทความ และผู้แต่งบทความไม่ทราบชื่อผู้ประเมินบทความ (Double-blind Peer Review) ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างน้อย จำนวน 3 ท่าน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานวิชาการและงานวิจัยที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
2. เพื่อเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นเชิงวิชาการ แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับผลงานวิจัยให้แก่คณาจารย์ นักวิชาการ และผู้สนใจทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สู่สาธารณชนและแวดวงวิชาการ
ขอบเขตเนื้อหาการรับบทความ
วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ รับบทความเผยแพร่คือ บทความวิชาการ บทความวิจัย และบทปริทัศน์หนังสือ ที่มีเนื้อหาในกลุ่มมนุษยศาสตร์ ได้แก่ มานุษยวิทยา ภาษาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย วรรณคดี ดนตรี นาฏศิลป์ ศิลปกรรม ปรัชญาและศาสนา และกลุ่มสังคมศาสตร์ ได้แก่ สังคมวิทยา ประวัติศาสตร์ พัฒนาสังคม นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กรณีบทความสาขาอื่นๆ จะต้องใช้ระเบียบวิธีวิจัยหรือทฤษฎีทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ร่วมด้วย
กำหนดการเผยแพร่
เป็นวารสารราย 6 เดือน ปีละ 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 ระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 ระหว่างเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม
นโยบาย หลักเกณฑ์การพิจารณากลั่นกรองบทความ
วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มีหลักเกณฑ์การพิจารณากลั่นกรองบทความเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำวารสารวิชาการ ดังนี้
1. บทความต้องเป็นบทความวิชาการ บทความวิจัย หรือบทความปริทัศน์ ซึ่งจะต้องผ่านการคัดกรอง ที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ขอบเขต หลักเกณฑ์ และแบบฟอร์มของวารสาร โดยกองบรรณาธิการก่อน
2. บทความจะต้องเป็นบทความที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในที่ใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในกระบวนการรอพิจารณาลงพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์อื่นใด
3. บทความจะต้องเขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบที่วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กำหนดไว้
4. บทความจะต้องไม่เป็นการคัดลอกหรือละเมิดผลงานทางวิชาการของตนเองและผู้อื่น รวมถึงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์
5. ผู้แต่งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กองบรรณาธิการวารสารกำหนด และยินยอมให้บรรณาธิการแก้ไขบทความเพื่อความสมบูรณ์ได้ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเผยแพร่
กระบวนการพิจารณากลั่นกรองบทความ
บทความที่จะได้รับการพิจารณาเผยแพร่จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาจากกองบรรณาธิการและผู้ประเมินที่ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (Peer Review) ดังนี้
1. ผู้แต่งลงทะเบียนเพื่อใช้งานระบบ Thaijo 2.0 เพื่อดำเนินการส่งบทความที่มีความถูกต้องตาม“แบบฟอร์มเสนอบทความเพื่อพิจารณาการเผยแพร่” ทางออนไลน์ผ่านระบบ ที่ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/hssnsru/submissions
2. เมื่อกองบรรณาธิการได้รับบทความเรียบร้อยแล้ว กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้แต่งทราบโดยทันที
3. กองบรรณาธิการจะดำเนินการตรวจสอบบทความที่ผู้แต่งส่งมาเพื่อเผยแพร่ ในเรื่องดังต่อไปนี้ แบบฟอร์มเสนอบทความ ขอบเขตเนื้อหา และคุณภาพทางวิชาการ ว่าเป็นไปตามนโยบายของวารสารหรือไม่ ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้แต่งทราบภายใน 15 วัน
4. กองบรรณาธิการจะดำเนินการส่งบทความเพื่อกลั่นกรองต่อไป โดยจะส่งให้ผู้ประเมินที่ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย จำนวน 3 ท่าน ประเมินคุณภาพของบทความว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจะลงเผยแพร่หรือไม่ ซึ่งกระบวนการกลั่นกรองนี้ทั้งผู้ประเมินและผู้แต่งจะไม่ทราบข้อมูลซึ่งกันและกัน (Double-blind peer review) โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 15 วัน ในกรณีที่ผู้ประเมินที่ทรงคุณวุฒิไม่ส่งแบบประเมินในระยะเวลาที่กำหนดกองบรรณาธิการจะประสานติดตามผลการประเมินต่อไป
5. เมื่อผู้ประเมินที่ทรงคุณวุฒิประเมินบทความแล้ว กองบรรณาธิการจะตัดสินการพิจารณาโดยอิงตามข้อเสนอแนะของผู้ประเมินที่ทรงคุณวุฒิว่าบทความนั้นๆ ควรนำลงเผยแพร่ หรือควรส่งให้ผู้แต่งแก้ไขก่อนส่งให้ผู้ประเมินที่ทรงคุณวุฒิประเมินอีกครั้ง หรือปฏิเสธการลงเผยแพร่ และจะแจ้งผลการพิจารณาของผู้ประเมินที่ทรงคุณวุฒิให้ผู้แต่งรับทราบ ภายในระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับผลการพิจารณา โดยผลการพิจารณาของผู้ประเมินที่ทรงคุณวุฒิดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุด
อัตราค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ
บทความมีค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ ดังนี้
1. บทความภาษาไทย บทความละ 4,500 บาท
2. บทความภาษาอังกฤษ บทความละ 5,500 บาท
โดยกองบรรณาธิการจะแจ้งการชำระเงินในขั้นตอน Submission หลังจากกองบรรณาธิการพิจารณาความสอดคล้องของบทความกับเกณฑ์และแบบฟอร์มของวารสารเบื้องต้นแล้ว และในกรณีที่บทความไม่ผ่านการประเมินของผู้ประเมินที่ทรงคุณวุฒิ วารสารขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ
วิสัยทัศน์ ปรัชญา พันธกิจ ยุทธศาสตร์
วิสัยทัศน์
วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เป็นศูนย์กลางส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานวิชาการและงานวิจัยที่มีคุณค่าก่อให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นำไปสู่การสร้างเครือข่ายองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและสังคมไทย
ปรัชญา
ส่งเสริม พัฒนา สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการอย่างมีมาตรฐานจริยธรรมด้านการวิจัย เพื่อพัฒนาท้องถิ่นและสังคมไทย
พันธกิจ
1. จัดทำวารสารวิชาการเพื่อเป็นศูนย์กลางส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
2. สร้างเครือข่ายองค์ความรู้ทางวิชาการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและสังคมไทย
3. ให้คำปรึกษาและบริการทางด้านวารสารวิชาการ
ยุทธศาสตร์
เป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้แานมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ การขับเคลื่อน สร้างเครือข่ายทางวิชาการ ให้คำปรึกษาและบริการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและสังคมไทย