สิทธิเกษตรกรในการจัดการพันธุ์พืชอย่างยั่งยืน: ศึกษากรณีการมีส่วนร่วมของชุมชน ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดอุทัยธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 3 กำหนดว่า พันธุ์พืชมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ พันธุ์พืชป่า พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป และพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น เกษตรกรมีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์พืชต่าง ๆ เหล่านี้ พันธุ์พืชได้กระจายอยู่ในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศต่างมีความผูกพันใกล้ชิดกับการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการหารายได้และการดำรงชีพพันธุ์พืชจึงต้องได้รับการคุ้มครองโดยชุมชนเกษตรกรเป็นหลัก แม้มาตรา 47 ได้บัญญัติรับรองสิทธิเกษตรกรไว้ให้ชุมชนเป็นผู้ทรงสิทธิในการได้รับประโยชน์จากพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นที่จดทะเบียนแล้วก็ตาม แต่การใช้สิทธิดังกล่าวในทางปฏิบัติมีข้อจำกัดโดยเงื่อนไขของกฎหมาย นโยบายต่าง ๆ ดังนั้นเพื่อให้เกษตรกรและชุมชนได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเต็มที่สอดคล้องตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 57(2) บัญญัติว่า รัฐต้องอนุรักษ์ คุ้มครอง บํารุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และใช้หรือจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมดําเนินการและได้รับประโยชน์จากการดําเนินการดังกล่าวด้วยตามที่กฎหมายบัญญัติจึงควรต้องขจัดปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองของเกษตรกร วัตถุประสงค์การศึกษาวิจัย เพื่อศึกษาหลักการ แนวคิด ของเกษตรกรในการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการจัดการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ในพันธุ์พืชของชุมชนภายในจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดอุทัยธานีเพื่อวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขกฎหมายและนโยบายการมีส่วนร่วมในการจัดการเพื่ออนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์พืชของชุมชนอย่างยั่งยืนผลการศึกษาวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองของเกษตรกรในชุมชนบ้านเขาใหญ่ ตำบลนาขอม และชุมชนบ้านเขาดิน ตำบลวังน้ำลัด อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ชุมชนบ้านห้วยหนามตะเข้ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ และชุมชนบ้านห้วยร่วม ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี มีลักษณะใกล้เคียงกัน บนพื้นฐานแนวคิดในการอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์กรรมพืชพื้นเมืองภายในชุมชน และเพื่อถ่ายทอดให้เยาวชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงความสำคัญของพันธุ์พืชพื้นเมืองในชุมชนและศึกษาหาความรู้เพื่อการอนุรักษ์สืบต่อไป ทั้งนี้โดยความร่วมมือกันระหว่างผู้นำ ปราชญ์ชุมชนและคนในชุมชนตามแนววิถีชีวิตของชุมชน เป็นหลัก โดยมีหน่วยงานภาครัฐและหรือองค์กรเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกับชุมชนในระดับที่มากน้อยแตกต่างกันไป และชุมชนทั้งสี่ นักวิชาการ และตัวแทนภาครัฐ มีความเห็นตรงกันว่า ทุกภาคส่วนควรมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองร่วมกับชุมชน และปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย นโยบายของรัฐ ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางในการอนุรักษ์และคุ้มครองเพื่อความยั่งยืนสืบไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร. (2559). รายงานการเก็บข้อมูลทรัพยากรทรัพยากินในป่าชุมชน กรณีศึกษา
บ้านไร่พิจิตร บ้านคลองห้วยหวาย บ้านห้วยร่วม บ้านห้วยหนามตะเข้ และบ้านป่าขี.
นนทบุรี: มูลนิธิสืบนาคะเสถียร.
สำนักงานสถิติจังหวัดอุทัยธานี. (2556). รายงานวิเคราะห์สถานการณ์จังหวัดอุทัยธานี. อุทัยธานี:
สำนักงานสถิติจังหวัดอุทัยธานี.
กฎหมาย
พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biodiversity Diversity: CBD) 1992