การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิคการสอนแบบสัมพันธภาพ รูปสามเหลี่ยมของนักศึกษาปริญญาตรีที่เรียนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ: รายงานผลการทดลองกลุ่มนำร่อง
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความสำคัญของการสอนโดยใช้เทคนิคแบบสัมพันธภาพ รูปสามเหลี่ยมในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักศึกษาที่เรียนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศและการศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาโดยการใช้เทคนิคการสอนแบบสัมพันธภาพรูปสามเหลี่ยมและการพัฒนารูปแบบการสอนทักษะการพูดภาษาอังกฤษ ผลของการศึกษานี้คาดว่าการใช้เทคนิคการสอนแบบสัมพันธภาพรูปสามเหลี่ยมจะเกิดประสิทธิผลกับนักศึกษากลุ่มตัวอย่างในบริบทของความสามารถในการพูดสื่อสารภาษาอังกฤษและแรงจูงใจโดยผ่านห้องเรียนแบบคละความสามารถ กลุ่มทดลองนำร่องที่ใช้ในการศึกษาได้รับการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนแบบสัมพันธภาพรูปสามเหลี่ยมจำนวน 6 คน ผู้วิจัยใช้วิธีสุ่มแบบเจาะจง กลุ่มทดลองทั้งหมดเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีในหลักสูตรบัญชีบัณฑิต ชั้นปีที่ 4 ที่เรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ 2 ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2560 สังกัดคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ การศึกษานำร่องในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้วิธีวิจัยกรณีศึกษา ข้อมูลที่ได้รับจากกลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2) การถอดเทปวิดีโอ 3) ผลของแบบสอบถามแรงจูงใจภาษาอังกฤษ และ 4) ผลสำรวจจากแบบสอบถามความพึงพอใจของการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิคการสอนแบบสัมพันธภาพรูปสามเหลี่ยม ผลปรากฏว่าระดับความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อได้รับการสอนโดยใช้เทคนิคแบบสัมพันธภาพรูปสามเหลี่ยม นอกเหนือจากนั้น ผู้วิจัยได้พบว่า ปัจจัยหลักของการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของกลุ่มตัวอย่างนำร่องการศึกษามีอยู่ 3 ประการ คือ 1) ปัญหาของทักษะการพูดแบบเป็นธรรมชาติ 2) บรรยากาศในชั้นเรียน และ 3) ระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ซึ่งผลการวิจัยของกลุ่มตัวอย่างนำร่องนี้จะไม่นำผลดังกล่าวไปรวมกับผลของการวิจัยของกลุ่มตัวอย่างหลัก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
International Studies, Prince of Songkla University, Phuket.
Retrieved November 14, 2016, from https://fis.psu.ac.th/jis_file/res_project/2010_woralak.pdf
Cohen E. (1994). Designing Groupwork: Strategies for the Heterogeneous Classroom.
Teachers College Press, Columbia University; New York.
Dörnyei, Z. (1994). Motivation and motivating in the foreign language classroom.
Modern Language Journal, 78(3), 273-284.
Ellis, B. and Brooksbank, A. (2016). Bob Ellis. Collingwood: Schwartz Publishing Pty. Ltd. Gardner, R. C (1985). Social psychology and second language learning: The role of
attitudes and motivation. London: Edward Arnold.
Jacobs GM, McCafferty SG. (2006). Connections between cooperative learning
and second language learning and teaching, in: S. G.
McCafferty, G. M. Jacobs & A.C. DaSilvaIddings (Eds). Cooperative Learning and
Second Language Teaching. (Cambridge, Cambridge University Press),
18-29.
Kagan, S. (1995). We can talk: Collaborative learning in the elementary ESL
classroom. Eric Clearinghouse on Language and Linguistics, ED382035.
Krashen, S. (1985). The Input Hypothesis: Issues and Implications. London: Longman.
Prachanban, P. (2009). Advanced Statistics for Research and Evaluation. Phitsanulok:
Naresuan University.
Slavin, Robert E. (1995). Cooperative Learning Theory, Research and Practice.
2nd ed. Massachusetts : A Simon & Schuster.
Swain, M. (1985). Communicative competence: Some roles of comprehensible
input and comprehensible output in its development. In Gass.
S. and Madden, C. (Eds.). Input in Second Language Acquisition, p. 235-256.
New York: Newbury House.