หน้าที่ไวยากรณ์และความหมายของคำว่า “อัน” ในช่วงสมัยสุโขทัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง “หน้าที่ไวยากรณ์และความหมายของคำว่า “อัน” ในช่วงสมัยสุโขทัย” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์หน้าที่ไวยากรณ์และความหมายของคำว่า “อัน” ที่ปรากฏใช้ในสมัยสุโขทัย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากจารึกที่ปรากฏในสมัยสุโขทัยและไตรภูมิพระร่วงฉบับพญา ลิไท ผลการศึกษาพบว่า คำว่า “อัน” ในช่วงสมัยสุโขทัยปรากฏหน้าที่ไวยากรณ์ทั้งสิ้น 7 ลักษณะ คือ คำนาม คำบ่งกลุ่มนาม คำลักษณนาม คำสรรพนาม คำบ่งอนุประโยคสัมพัทธ์ คำบ่งอนุประโยคแฝงวิเศษณ์ และคำแสดงหัวเรื่อง โดยพบว่า คำว่า “อัน” นั้น เมื่อเป็นคำนามจะแสดงความหมายหมายถึง “สิ่ง” แต่เมื่อปรากฏในหน้าที่อื่น ๆ นั้นไม่สามารถระบุความหมายให้ชัดเจนลงไปได้ และพบว่าในช่วงสมัยสุโขทัย คำว่า “อัน” ปรากฏในหน้าที่คำนามอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการเดินทางของคำว่า “อัน” ในหน้าที่คำนามไปสู่คำลักษณนาม และคำว่า “อัน” ในช่วงสมัยสุโขทัยปรากฏเป็นคำบ่งอนุประโยคสัมพัทธ์มากที่สุดถึงร้อยละ 59.94 ปรากฏเป็นคำลักษณนามในลำดับถัดมาร้อยละ 16.58 และปรากฏเป็นคำบ่งกลุ่มนามน้อยที่สุดร้อยละ 0.08
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จนถึงสมัยปัจจุบัน (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.
คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ. (2548). ประชุมจารึกภาคที่ 8 จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
ชวนพิศ อิฐรัตน์. (2518). การใช้คำและสำนวนในสมัยสุโขทัย (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต).
กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
________. (2522). คำลักษณนามครอบจักรวาล. ใน เปิดกรุ. (หน้า 34-35). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ.
เทพี จรัสจรุงเกียรติ. (2543). หน่วยเชื่อมโยงปริจเฉทภาษาไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน. (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นววรรณ พันธุเมธา. (2549). ไวยากรณ์ไทย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
นัทธ์ชนัน เยาวพัฒน์. (2551). พัฒนาการของพหุหน้าที่ของคำว่า ซึ่ง ในภาษาไทย (วิทยานิพนธ์
อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิตยา กาญจนวรรณ. (2528). พูดจาภาษาไทย. เชียงใหม่: สุริวงศ์บุ๊คเซนเตอร์.
บัวหลวง วงษ์ภักดี. (2528). การศึกษาเปรียบเทียบการใช้คำลักษณนามในสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยากับ สมัยปัจจุบัน (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประภารัตน์ พรหมปภากร. (2539). การแปรและการเปลี่ยนแปลงของอนุประโยคสัมพัทธ์ในภาษาไทย
สมัยรัตนโกสินทร์ (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปราณี กุลละวณิชย์. (2549). อนุประโยคขยายนาม: อนุประโยคสัมพัทธ์และอนุประเติมเต็มนาม. ใน อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ (บรรณาธิการ). หน่วยสร้างที่มีข้อขัดแย้งในไวยากรณ์ไทย. (หน้า 7-63). กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรทิพย์ กิจสมบัติ. (2524). การใช้คำ ที่ ซึ่ง อัน (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท). (2543). ไตรภูมิพระร่วง พระราชนิพนธ์ในพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท). พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: บรรณาคาร.
เพียรศิริ วงศ์วิภานนท์. (2525). การใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: ห.จ.ก.สัมพันธ์พานิช.
ไพทยา มีสัตย์. (2540). การศึกษาคำช่วยหน้ากริยาที่กลายมาจากคำกริยาในภาษาไทย (วิทยานิพนธ์
อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภาสินี ศรหิรัญ. (2524). “ที่ ซึ่ง อัน ในคุณานุประโยค”. วารสารอักษรศาสตร์, 11(1), 50-59.
เมธาวี ยุทธพงศ์ธาดา. (2544). การศึกษาอนุประโยคสัมพัทธ์ในวรรณกรรมประเภทสารคดีในสมัย รัตนโกสินทร์ (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เมธาวี ยุทธพงศ์ธาดา. (2550). การขยายหน้าที่ และความหมายของคำว่า "ตัว" ตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึง พ.ศ. 2551. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ยิ่งยศ กันจินะ. (2550). การศึกษาประโยคความซ้อนที่ใช้ "ที่ ซึ่ง อัน" ตามแนวภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในเรียงความชนะเลิศรางวัลทุนภูมิพล พ.ศ. 2522-2547 (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.
วิจินต์ ภาณุพงศ์. (2520). โครงสร้างของภาษาไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์.(2519). ภาษาแลภาษาศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
_________. (2519) “คำสันนิษฐานว่าด้วยความเป็นมาของ “คำลักษณนามอัน.” ใน ภาษาสังสรรค์. กรุงเทพฯ: ไทยเขษม.
สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์. (2531). หลักภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
สุรีเนตร จรัสจรุงเกียรติ. (2555). พัฒนาการของคำว่า“เป็น”ในภาษาไทย (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตร
ดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัญชลี สิงห์น้อย. (2548). คำนามประสม: ศาสตร์และศิลป์ในการสร้างคำไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
________. (2551). คำนาม คำบ่งกลุ่มนาม และคำลักษณนาม: หมวดหมู่ที่แตกต่าง ทับซ้อนและไล่ เหลื่อม. วารสารภาษาและภาษาศาสตร์, 26(2), 21-38.
________. (2551). คำกริยาประสมไทย: หมวดหมู่ที่ปรับเปลี่ยน ทับซ้อน และสับสน. วารสารภาษา
และวัฒนธรรม, 7 (2), 23-40.
________. (2552). การวิเคราะห์หน่วยสร้างกริยาประสมภาษาไทยในแนวไวยากรณ์หน้าที่นิยม แบบลักษณ์ภาษา (รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
อัญชลี สิงห์น้อย วงศ์วัฒนา. (2557). คำเรียกชื่อพืชแบบพื้นบ้านไทย การศึกษาเชิงภาษาศาสตร์ พฤกษศาสตร์ชาติพันธุ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
_________. (2558). วจีวิภาคและวากยสัมพันธ์:ภาษาศาสตร์ในแนวหน้าที่นิยมแบบลักษณ์ภาษา (เอกสารคำสอน). พิษณุโลก: ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Comrie, Bernard. (1998). Rethinking the typology of relative clauses. Language Design 1998(1), 59-86.
Cholticha Bamroongraks. (1987). Sukhothai Thai as adiscourse-oriented language evidence from zero noun phrases. Ph.D. University of Wisconsin Madison.
Delencey, Scott. (1986).Toward a history of Tai classifier system.In Craig,C(ed). Noun classes and categorization. (pp.437-451). Amsterdam, Philadelphia: John
Benjamins.
Ekniyom, P. (1971). Relative clauses in Thai. Thesis M.A.University of Washington.
Fries, C.C. (1952). The Structure of English. New York: Harcourt, Brace & Co..
Givón,Talmy. (2001). Syntax: vol.1. Amsterdam; Philadelphia: John Benjamins.
Givón,Talmy. (2001). Syntax: vol.2. Amsterdam; Philadelphia: John Benjamins.
Keenan, Edward L. and Comrie, Bernard. (1977). Noun phrase accessibility and universal grammar. Linguistic Inquiry, 8(1), 63-99.
Kullavanijaya, P. (2008). A Historical Studyof /thii/ in Thai. In Anthony V.N.Diller (ed).
The Tai-Kadai Languages. (pp.445-451). London: Routledge.
Lyons,John. (1969). Introduction to Theoretical Linguistics. Cambridge: Cambridge
University Press.
Natchanan Yaowapat and Amara Prasithrathsint. (2009). A Typology of relative clauses in Mainland Southeast Asian Languages. Mon Khmer Studies (38), 1-23.
Singnoi, Unchalee. (2008). Noun classifier construction in Thai: A case study in Construction Grammar. Manusaya: Journal of Humanities, 11(1), 76-90.
Sornhiran Pasinee. (1978). A Transformational Study of Relative Clauses in Thai. Ph.D. University of Texas, Austin.