ความยั่งยืนทางนิเวศกับระบอบกรรมสิทธิ์ในผืนป่าตะวันตก: บทวิพากษ์นิเวศวิทยาการเมืองและวัฒนธรรม
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิถีชีวิตชุมชนกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนฐานนิเวศวัฒนธรรมของชุมชนและการเปลี่ยนแปลงระบอบกรรมสิทธิ์ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อศึกษารูปแบบระบอบกรรมสิทธิ์ที่เหมาะสมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนที่สัมพันธ์กับความยั่งยืนทางนิเวศ ในผืนป่าตะวันตก ผ่านบทวิพากษ์นิเวศวิทยาการเมืองและวัฒนธรรม โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก ด้วยการสังเกต การสัมภาษณ์ และการเข้าร่วมเวทีประชุมสัมมนาเพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึก
ผลการศึกษาพบว่าชุมชนกะเหรี่ยงลุ่มน้ำแม่จันกลางผืนป่าตะวันตก มีชีวิตวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับธรรมชาติ ทั้งคน ภูเขา ลำห้วย ต้นไม้ และสัตว์ป่า ที่ไม่ได้แยกขาดออกจากกัน ต่างมีปฏิสัมพันธ์และสร้างความหมายต่อกันระหว่างคนกับธรรมชาติ มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันผ่านความเชื่อและคำสอนของ “ฤาษี” หรือ “อิสิ” และองค์ความรู้ของชุมชน จากกการไม่ยอมรับสิทธิทางวัฒนธรรมและระบบความเชื่อดั้งเดิมของชุมชน โดยรัฐยังให้ความสำคัญเฉพาะกรรมสิทธิ์ของรัฐและเอกชน ทำให้คนในชุมชนประสบปัญหาการดำรงชีพ ส่วนรูปแบบระบอบกรรมสิทธิ์ของชุมชนที่สัมพันธ์กับความยั่งยืนทางนิเวศ พบว่า ชุมชนยึดหลักระบบสิทธิการจัดการทรัพยากรร่วมในพื้นที่ทางวัฒนธรรมร่วมกันตามสิทธิทางวัฒนธรรม ระบบสิทธิส่วนรวมชั่วคราวแบบรวมหมู่เพื่อการดำรงชีพและจัดโซนพื้นที่สีเขียวเพื่อการอนุรักษ์ตามคำสอนของฤาษี พร้อมกับการลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมผ่านสำนึกร่วมทางนิเวศ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
และความเป็นอื่น. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิจัยและผลิตตำรา มหาวิทยาลัยเกริก.
ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์. (2555). รื้อถอนการพัฒนา ความยั่งยืนทางนิเวศ และความยุติธรรมทางสังคม:
บทวิพากษ์เศรษฐศาสตร์การเมือง. ชลบุรี: กลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมืองบูรพา.
_______. (2559). เศรษฐศาสตร์การเมืองสีเขียวและนิเวศวิทยาการเมือง. จันทบุรี: หลักสูตรปรัชญา
ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี. (2539). ภูมิปัญญานิเวศวิทยาชนพื้นเมือง ศึกษากรณีชุมชนกะเหรี่ยงใน
ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร. นนทบุรี: โครงการฟื้นฟูวิถีชีวิตและธรรมชาติ.
พฤกษ์ เถาถวิล, (2542). พลวัตของความขัดแย้งในการเข้าถึงพื้นที่ป่า: กรณีศึกษาหมู่บ้านป่า ชุมชน
ในจังหวัดลำพูน (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
เพ็ญพรรณ อินทปันตี. (2552). วิถีแห่งจอมป่ารักษาผืนป่าตะวันตก. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสืบนาคเสถียร.
มูนีเร๊าะ เจะแต. (2556). การปรับตัวในการดำรงชีพอย่างยั่งยืนของชุมชนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด
–สุไหงปาดี: กรณีศึกษาชุมชนในตำบลปะลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส.วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ยศ สันตสมบัติ. (2543). รัฐ ชุมชน และนโยบายการจัดการทรัพยากร : บทสำรวจองค์ความรู้.
ใน อานันท์ กาญจนพันธุ์ (บ.ก), พลวัตของชุมชนในการจัดการทรัพยากร: กระบวนทัศน์และนโยบาย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
หทัยกานต์ สังขชาติ. (2551). พลวัตของการอ้างสิทธิในการควบคุมและจัดการที่ดินในเขตป่า:
กรณีศึกษาชุมชนกะเหรี่ยงโปว์ บ้านหนองหลัก อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน (วิทยานิพนธ์ มหาบัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อนุสรณ์ อุณโณ. (2547). ขบวนการสิทธิเหนือทรัพยากรส่วนรวมในสังคมไทย เกษตรกรรมยั่งยืน
ในบริบทระบอบกรรมสิทธิ์เหนือทรัพยากรส่วนรวม กรณีศึกษาโครงการนำร่องเพื่อพัฒนา
เกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อย. กรุงเทพฯ: สำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรม การเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2541). สิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร : สถานภาพการศึกษาเกี่ยวกับวิธีคิด.
เชียงใหม่: โครงการวิจัยชุมชนกับการจัดการทรัพยากร คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่.
อานันท์ กาญจนพันธุ์ และมิ่งสรรพ์ ขาวสอาด. (2538). วิวัฒนาการของการบุกเบิกที่ดินทำกิน
ในเขตป่า : กรณีศึกษาภาคเหนือตอนบน. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.
เอมอร สุขสวัสดิ์อำนวย. (2557). คู่มือการมีส่วนร่วมและจัดการความขัดแย้งในผืนป่าตะวันตก.
กรุงเทพฯ: มูลนิธิสืบนาคะเสถียร.
Julian H. Steward. (1976). Theory of Culture Change: The Methodology of Multilinear
evolution. Chicago: University of Illinois Press.
Ostrom, Elinor. (1990). Governing the Commons: The Evolution of Institutions for
Collective Action. New York: Cambridge University Press.