บทประพันธ์เพลง : “โหมโรงเมืองสงขลา” สำหรับวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกออร์เคสตรา

Main Article Content

สิริรัฐ พงษ์อารี
ระวีวัฒน์ ไทยเจริญ
สุรสิทธิ์ ศรีสมุทร

บทคัดย่อ

     การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประพันธ์บทเพลง “โหมโรงเมือสงขลา” สำหรับวงดุริยางค์ฟิลฮาร์โมนิกออร์เคสตรา จาก 3 วัฒนธรรมพื้นถิ่นของเมืองสงขลา ได้แก่ ดนตรีไทยพุทธ ดนตรีไทยมุสลิมและดนตรีใพิธีกรรมจีน ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านเมือง ศึกษาแนวคิดเพลงโหมโรงในบริบทไทย ตะวันตก บริบทดนตรีพื้นถิ่นและทฤษฎีการประพันธ์เพลง กำหนดกรอบความคิดในการวางโครงสร้างสังคีตลักษณ์ จังหวะ ทำนอง การประสานเสียง และการจัดวางสีสันของเสียง ผลการประพันธ์สรุปได้ว่า โครงสร้างเป็นแบบคอนเสิร์ตโอเวอร์เจอร์ ความยาวประมาณ 6 นาที แบ่งเป็น 3 ท่อนย่อย คือ 1) กำนิดหัวเขาแดงมี 5 ช่วง ได้แก่ บทนำที่ 1 เตรียมโหมดนตรีโหมดนตรี ทำนองเด่นและทำนองจบท่อน 2) เปลี่ยนผ่านเมืองมี 3 ช่วง ได้แก่ บทนำที่ 2 พัฒนาทำนองจากท่อนที่ 1 เปลี่ยนกุญแจเสียง และ 3) สงขลาเมืองแห่งตำนานมี 4 ช่วง ได้แก่ พัฒนาทำนองท่อนที่ 3 ย้อนความ กลับสู่กุญแจเสียงหลักและจบบทเพลง ใช้แนวคิด 2 แนวคิด คือ นำเสนอตามช่วงของประวัติศาสตร์เมืองสงขลาและแนวคิดจากเพลงพื้นบ้านเป็นองค์ประกอบทางดนตรีในการประพันธ์ โดยประยุกต์ใช้กลุ่มเสียงจาก 7 กลุ่มเสียง ได้แก่ จังหวะฉิ่งและฆ้องคู่ จังหวะทับ จังหวะกลองตุ๊ก ทำนองหัวปี่โนรา สอดสร้อยโนรา ลาฆูดูวอ และมังกรถวายพระพร พัฒนาทำนองด้วยการขยายการลดสัดส่วน การแปร การเลียน การพลิกกลับ ใช้บันไดเสียง 2 รูปแบบคือบันไดเสียงเพนทาโทนิกและไดอาโทนิค ใช้ 3 กุญแจเสียง ได้แก่ ดีเมเจอร์ เอไมเนอร์และซีเมเจอร์ มีพื้นผิวดนตรีและสีสันเสียงแบบฮอโมฟอนี พอลิฟอนี และฮอโมริทมิก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พงษ์อารี ส., ไทยเจริญ ร., & ศรีสมุทร ส. (2026). บทประพันธ์เพลง : “โหมโรงเมืองสงขลา” สำหรับวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกออร์เคสตรา. วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 13(1), 27–40. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/hssnsru/article/view/286629
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Burrows, J., & Wiffen, C. (2012). The complete classical music guide. Dorling Kindersley.

Chuenphakdee, S. (2015). Dato Mogol, ancestor of Sultan Sulaiman. Islammore. https://www.islammore.com/view/793

Kamien, R. (2002). Music: An appreciation. McGraw-Hill.

Limthawekiattikul, A. (2021). The role of cello in Tung Sia Xiang Ting Chinese ensemble in Hat Yai, Songkhla Province. Rangsit Music Journal, 16(1), 130–145.

Pliengsri, A. (2008). Where has the daytime overture gone? Silpakorn Art Journal, 3(1), 56–64.

Sapsin, W. (2011). Rong-ngeng of the eastern region: Pattani Rong-ngeng. Rusamilae Journal, 32(3), 24–29.

Songkhla National Museum. (2015). Background history. http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/songkhla/index.php/th/about-us.html

Thepsongkroh, J. (2014). Analysis of Nora Pi music by Khun Tuanyok. Journal of Fine and Applied Arts Khon Kaen University, 4(2), 77–90.

Thongkaamkaew, D., & Kanthacha, T. (2012). Tareeleleng: Candle dance of Southern Thai Muslim folk performance inspired by folk artist Seng Abu. Rusamilae Journal, 33(3), 19–32.

Ueajitmet, P., & Ueajitmet, K. (2021). Nora rhythmic patterns for performance. Nakkhabut Review Journal, 13(3), 194–203.