องค์ประกอบสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในเครือ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ
คำสำคัญ:
องค์ประกอบสมรรถนะ, ผู้บริหารสถานศึกษา, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ 2. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ 3. เพื่อสร้างรูปแบบและประเมินรูปแบบสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเอกสาร กลุ่มตัวอย่างจำนวน 334 คน
ซึ่งเป็นครูของโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ 19 โรงเรียน เครื่องมือที่ผู้วิจัยใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับองค์ประกอบสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แบ่งออกเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งปัจจุบัน และประสบการณ์ในการทำงาน มีลักษณะเป็นแบบตัวเลือกที่กำหนดคำตอบไว้ให้ ตอนที่ 2 สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ มีลักษณะเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scales) 5 ระดับ และแบบประเมินรูปแบบสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ มี 3 องค์ประกอบ ประกอบด้วย 1.1) ความรู้ 1.2) ทักษะ
1.3) คุณลักษณะส่วนบุคคล 2) สภาพปัจจุบันของผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนสภาพที่พึงประสงค์ของสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลการสร้างรูปแบบพบว่ามีองค์ประกอบดังนี้ ส่วนที่ 1 หลักการและวัตถุประสงค์ ส่วนที่ 2 องค์ประกอบสมรรถนะ ส่วนที่ 3 กระบวนการพัฒนาสมรรถนะมี 5 ขั้น ประกอบด้วย
ขั้นที่ 1 การเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนา ขั้นที่ 2 ความจำเป็นในการพัฒนา ขั้นที่ 3 การดำเนินการพัฒนา
ขั้นที่ 4 การนำไปใช้ ขั้นที่ 5 การประเมินผลการพัฒนา ส่วนที่ 4 การประเมินผลการดำเนินการและเงื่อนไขความสำเร็จและผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบและความเป็นไปได้ของรูปแบบ พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 พร้อมกฎหมายที่เกี่ยวข้องและพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: องค์การรับสินค้าพัสดุภัณฑ์.
พิมลพรรณ เพชรสมบัติ. (2560). ทักษะการบริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี.
____________________. (2561). การวิจัยทางการบริหารการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.
____________________. (2566). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี ในยุคการเปลี่ยนแปลง. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ภาวินทร์ ณ พัทลุง. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเอกชนสู่ความเป็นเลิศ. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
สุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2562). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Adegbemile. (2011). “Principals” Competency Needs for Effective School Administration in Nigeria. Journal of Education and Practice 2,4.
Bloom Benjamin, S. (1956). Taxonomy of Educational Objectives. New York: David Mckay Company.
Chung, Kee H., and Leon C. Megginson. (1981). Organizational Behavior: Developing Managerial Skills. New York: Harper and Row.
Drake, T.L., & Roe, W.H. (1986). The Principalship. New York: Macmillan.
Haiman, T.S., William, G., and Connor, E. (1985). Management. 4th ed. Boston: Houghton Miffin.
Hodgetts, R. M. (1999). Modern Human Relationship to W4kiorking. 7th ed. New York: Dryden.
Katz, R.L. (1983). Skill of an Effective Administrator. Harvard Business review executive success marking. It in management.
Marmon, Dora Heacker. (2002). Core Competencies of Professional Service Providers in Federally Funded Education Programs. Ph.D. Dissertation, The University of Tennessee, United States – Tennessee.
McClelland, D.C. (1973). Test for Competence, rather than intelligence. American Psychologists. Vol.17. No.7.
______________. (1999). Identifying Competencies with Behavioral-event interviews. Psychological Science, 9(5). Retrieved December 11, 2005, from www.eiconsortium.org/research/ business_case_for_ei.htm.
Newman, W.H. (1963). Administrative action: The techniques of organization and management. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Owens, R.G. (2001). Organization Behavior in Education. 7th ed. Boston : Ally’s Bacon.
Sallis, Edward., & Jones, Gary. (2002). Knowledge Management in Education. London: Kogan page.
Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (2007). Consumer behavior. 5th ed. Englewood Cliffs, N. J. : Prentice - Hall.
Speck, M. (1999). The principalship: building a learning community. Upper Saddle River, NJ: Prentice-Hall.
Spencer L.M. and Spencer S.M. (1993). Competency at Work: Models for Superior Performance. New York: John Wiley & Sons.
Sullivan. (1994). The school work culture and the human resources management development system in a medium-sized Florida school district. Educational Administration, University of South Florida.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารครุศาสตร์วิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.