การจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาสมรรถนะ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้แต่ง

  • นันทวัน พัวพัน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
  • ปาริดา บุญสำเร็จ ณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
  • วิไล วันเมือง

คำสำคัญ:

สมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ , วิทยาการอย่างยั่งยืน

บทคัดย่อ

          งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 2 ข้อคือ 1) ศึกษาการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ 2) พัฒนาสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง กลุ่มที่ศึกษา คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เครื่องมือในการดำเนินงานวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ทั้งหมด 4 แผน และเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดระดับสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน แบบวัดพฤติกรรมการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน และแบบประเมินชิ้นงาน จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยสถิติอย่างง่าย และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา

                    ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 1 พบว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ ควรมีลักษณะดังนี้ (1) การสร้างแรงบันดาลใจและทัศนคติที่ดี ควรส่งเสริมให้นักเรียนเข้าใจถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้วิทยาการอย่างยั่งยืน (2) การสนับสนุนทักษะการคิดวิเคราะห์ กระตุ้นให้ถามคำถามที่สำคัญ การใช้วิธีการทดลองที่สามารถประเมินผลได้ และการประเมินผลลัพธ์อย่างมีเหตุผล ส่งเสริมให้เด็กใช้คณิตศาสตร์ในการวิเคราะห์ข้อมูล (3) การส่งเสริมการทำงานเป็นทีม เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกันและ
การแก้ปัญหาผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (4) ครูสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้โดยการนำแหล่งเรียนรู้จากชุมชนหรือธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ช่วยให้นักเรียนเห็นภาพจริงและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในโลก (5) การใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ ครูควรใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเสริมสร้างการเรียนรู้ เช่น การใช้เครื่องมือออนไลน์ในการกระตุ้นความสนใจของนักเรียน ส่วนผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 2 พบว่า นักเรียนมีระดับสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน โดยมีคะแนนเฉลี่ย 16.2 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 81 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับดี

ประวัติผู้แต่ง

นันทวัน พัวพัน, สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ (ผู้ประพันธ์บรรณกิจ)

 

ปาริดา บุญสำเร็จ, ณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ (2567)

 

วิไล วันเมือง

ครูพี่เลี้ยง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านบุ่งคล้า

 

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ

คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา. (2562). คู่มือครูการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภา การศึกษา.

ณัฐกานต์ ภูมิคอนสาร.(2564). ทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่ล่นหายไปของผู้เรียนกับการศึกษา ในศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์, 5(1), 1-9.

ดวงเดือน สุวรรณจินดา. (2560). การเรียนรู้แบบโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และการแก้ปัญหา. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.(2564). (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช .... ระดับประถมศึกษา. สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2567, จาก CBE Thailand. https://cbethailand.com/

Banerjee, S. (2021). The Impact of Project-Based Learning on Sustainable Education: A Study on Environmental Awareness. IEEE Journal of Engineering Education Transformations, 34(1), 45-58.

Office of the Basic Education Commission, Ministry of Education. (2021). SustainableCoexistence with Living in the Harmony of Nature and Science Competency. สืบค้น 2 ตุลาคม 2567, จาก https://cbethailand.com

Sitthichok, T. (2016). The Learning Process of Environmental Education in Place of Education. Journal of Humanities and Social Science, Thaksin University, 11(1), 177-195.

Smith, A., & Johnson, K. (2005). Developing Critical Thinking through Project-Based Learning in Environmental Science Education. Journal of Educational Research, 48(4), 321-340.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-23

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย