พฤติกรรมป้องกันการคุกคามทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

ผู้แต่ง

  • ปุณยนุช เกิดวัน ภาควิชาอนามัยครอบครัว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ปิยะธิดา ขจรชัยกุล ภาควิชาอนามัยครอบครัว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • พิทยา จารุพูนผล ภาควิชาอนามัยครอบครัว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วันวิสาข์ ศรีสุเมธชัย ภาควิชาอนามัยครอบครัว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • สิทธิชัย ทองวร

คำสำคัญ:

การป้องกัน, การคุกคามทางเพศ, ความรู้, เจตคติ, นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น

บทคัดย่อ

การคุกคามทางเพศ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกระจายตัวเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเกิดปัญหานี้กับเด็กนักเรียนดังนั้นจึงควรหาวิธีมิให้เกิดปัญหาดังกล่าว งานวิจัยเชิงสำรวจภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยประชากรของนักเรียนด้านระดับชั้น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ เจตคติ กับพฤติกรรมป้องกันการคุกคามทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่สามารถคาดทำนายพฤติกรรมป้องกันการคุกคามทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างโดยแบบหลายขั้นตอน (Multistage Random Sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับนักเรียนจำนวน 306 คน  วิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอผลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติไคสแควร์ (Chi-Square) สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product-Moment Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis)

ผลการศึกษาพบว่า ความรู้เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศโดยรวม (r = 0.354) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมป้องกันการคุกคามทางเพศ ในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05) เจตคติต่อการคุกคามทางเพศ (r = 0.373) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมป้องกันการคุกคามทางเพศ ในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การรับรู้ความสามารถของตนเองโดยรวม (r = 0.567) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมป้องกันการคุกคามทางเพศ ในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05) ปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมป้องกันการคุกคามทางเพศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ได้แก่ การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความรู้เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งสามารถทำนายพฤติกรรมป้องกันการคุกคามทางเพศ ได้ร้อยละ 36.1 ข้อเสนอแนะควรส่งเสริมความรู้ให้แก่ นักเรียน และบุคลากรในโรงเรียนทุกฝ่ายเพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะในการป้องกันการคุกคามทางเพศของนักเรียน

เอกสารอ้างอิง

Prakotwong, N. (2016). Opinion of students about Sexual Harassment in academy. Thammasat University, (in Thai).

Khangpiboon, K., Seramethakul, M. (2020). Global (online) problems: sexual harassment

on social media. (online), Retrieved form: https://www.law.tu.ac.th/seminar-summary-online-sexual-harassment/

CNN health. (2017). Sexual harassment: How it stands around the globe. (online), Retrieved form: https://edition.cnn.com/2017/11/25/health/sexual-harassment-violence-abuse-global-levels/index.html

Women and Men Progressive Movement Foundation. (2018). Revealing the statistics of sexual violence in Thailand. Found a young victim The most is 5 years old. (online), Retrieved form: https://workpointtoday.com/0เปิดสถิติความรุนแรงทาง/.

Popanchamakul, R., Tongkhambunchong, S., Supwirapakorn, W. (2019). A study of patterns and response methods of sexual harassment of secondary school students. MBU Education Journal : Faculty of Education Mahamakut Buddhist University. 7(2), 441-448.

Sornprasit, S. (2002). School Under the Jurisdiction of General Education Department, Samut Sakhon Province. Silpakorn University, (in Thai).

Kirdin, S. (2019). Effects of life skills program on knowledge and life skills to prevent sexual assault in female secondary school students. The Journal of Psychiatric Nursing and Mental Health. 33(1), 128-145.

Dokkham, K., Jannorkaew, N., Fugnakee, P., Sannooh, P., Yamprai, P. (2022). Factors associated with risk behavior to be sexual harassed of people in Moo 16, Ban Mae Ka Huay Kean, Maeka district, Phayao Province. UBRU Journal for Public Health Research. 11(1), 83-95.

Kulawong, S. (2012). The effects of training programs to prevent sexual risk behavior on perceived self-efficacy of hmong hill tribe female students in secondary school, grade 1-3. Independent Study M.P.H., University of Phayao. (in Thai).

Isaro, N. (2016). Factors Predicting Appropriated Sexual Behaviors among the Lower Secondary School Students in Chanthaburi Province. The Journal of Faculty of Nursing Burapha University. 24(2), 72-84.

Butcharoen, W. (2012). Factors Related to Sexual Risk Behavior among Thai Secondary School Students. Journal of Public Health. 42(1), 29-39.

Bandura, Albert. (1986). Social foundation of thought and action: A social cognitive theory. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice-Hall.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-01-02

รูปแบบการอ้างอิง

เกิดวัน ป. ., ขจรชัยกุล . ป. ., จารุพูนผล พ. ., ศรีสุเมธชัย ว., & ทองวร ส. . (2024). พฤติกรรมป้องกันการคุกคามทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข, 10(1), 91–104. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/268578

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ