ความคิดเห็นต่อการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการทางสาธารณสุข ในวาระสุดท้ายของชีวิตในผู้สูงอายุ จ.ลำปาง

ผู้แต่ง

  • ธนิดา อินทะจักร์
  • ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ
  • นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์
  • ปิยะธิดา ขจรชัยกุล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นต่อการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการทางสาธารณสุขในวาระสุดท้ายของชีวิตในผู้สูงอายุ จังหวัดลำปาง ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา คือ ผู้สูงอายุที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุ ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 110 ราย โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม

ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 60-69 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 41.8 มีภาวะสุขภาพในระดับดีปานกลาง มีทัศนคติเกี่ยวกับการตายดีในระดับปานกลาง มีความรู้เกี่ยวกับการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการทางสาธารณสุขในวาระสุดท้ายของชีวิต ในระดับต้องปรับปรุง มีการสนับสนุนทางสังคม ในระดับปานกลาง ผู้สูงอายุส่วนใหญ่สนใจทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการทางสาธารณสุขในวาระสุดท้ายของชีวิต ร้อยละ 62.7 วิธีการรักษาพยาบาลที่ผู้สูงอายุต้องการปฏิเสธมากที่สุดคือ การใส่ท่อช่วยหายใจ/การเจาะคอเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจ โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการเป็นภาระของญาติและถึงวาระแล้วที่ต้องจากไป ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการทางสาธารณสุขในวาระสุดท้ายของชีวิต ได้แก่ระดับการศึกษา อาชีพ ความรู้ และทัศนคติ

จากผลการศึกษามีข้อเสนอแนะ คือ ควรมีการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุและญาติ มีความเข้าใจในเรื่องการทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการทางสาธารณสุขในวาระสุดท้ายของชีวิต และควรมีการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิที่ผู้สูงอายุควรทราบให้มากขึ้น โดยการจัดทำเอกสาร แผ่นพับ คู่มือหรือมีการจัดทีมตรวจเยี่ยมผู้สูงอายุควบคู่กับการส่งเสริมสุขภาพด้านอื่นๆ

 

เอกสารอ้างอิง

กรแก้ว กำพลศิริ. (2542). การตัดสินใจใช้สิทธิที่จะตายของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกบริหารกฎหมายการ แพทย์และสาธารณสุข, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
กรรณจริยา สุขรุ่ง. (2551). สุขสุดท้ายที่ปลายทางเผชิญความตายอย่างสงบ. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนสามลดา.
ดุสิต สถาวร. (2550). การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์.
นาฎสิริ ราชฉวาง. (2555). การแสดงเจตนาไม่ประสงค์ที่จะยืดการตายของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในทัศนะของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุข-ศาสตร์) สาขาวิชาเอกบริหารกฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัย มหิดล.
นิการีหม๊ะ นิจินิการิ. (2547). การตัดสินใจในระยะสุดท้ายของชีวิต: มุมมองของผู้ป่วยไทยมุสลิมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ พยาบาลผู้ใหญ่, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
พระไพศาล วิสาโล. (2551). ชีวิตและความตายในมิติวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
ไพศาล ลิ้มสถิตย์. (2552). ก่อนวันผลัดใบหนังสือแสดงเจตนาการจากไปในวาระสุดท้าย. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: เอมี่ เอ็นเตอร์ไพรส์.
ราชกิจานุเบกษา พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550. ( พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: สหพัฒนไพศาล.
ราชกิจจานุเบกษา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550. กรุงเทพฯ: พิมพ์อักษร.
วันวิสาข์ เส็งประเสริฐ. (2546). สิทธิที่จะเลือกและกำหนดของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกบริหารกฎหมายการ แพทย์และสาธารณสุข, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์. (2546). ตายอย่างมีศักดิ์ศรี มาตรา 24 ร่าง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดี.
วิไลวรรณ ชัยรัตนมโนกร. (2540). แนวคิดด้านกฎหมายและการยอมรับของนักกฎหมายต่อการทำให้ผู้ป่วยที่สิ้นหวังตายอย่างสงบ. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต(สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกบริหารกฎหมายการแพทย์และการสาธารณสุข, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย มหิดล.
ศิวพร ดีบ้านคลอง. (2551). แนวทางการตรากฎกระทรวงการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ในความคิดเห็นของผู้ป่วย ญาติและแพทย์. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกบริหารกฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
สารภี รังษีโกศัย. (2554). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเตรียมตัวเพื่อเผชิญกับภาวะใกล้ตายและความตายของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ จังหวัดปัตตานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาล ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.
แสวง บุญเฉลิมวิภาส. (2550). การรักษาพยาบาลผู้ป่วยวาระสุดท้ายความจริงทางการแพทย์กับขอบเขตทางกฏหมาย. ใน ความตายกับการตายมุมมองศาสนากับวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สันต์ หัตถีรัตน์. (2544). สิทธิที่จะอยู่หรือตายและการดูแลผู้ปป่วยที่หมดหวัง. (พิมพ์ครั้งที่ 3).กรุงเทพฯ: อุษาการพิมพ์.
โสรัจจ์ หงศ์ลดารมณ์. (2549). ความตายกับการตายมุมมองจากศาสนากับวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Carmel. S. & Mutran, E. (1997). Preferences for different life-sustaining treatment among elderly persons in Israel. Journal of Gerontology: Social Sciences.
Corr, C. A., Nabe, C. M., & Corr, D. M. (2000). Death & dying, Life & living (3 rd). California: Brooks Cole Publishing.
Maria J. Silveira, Wyndy Wiitala, John Piette. (2014). Advance Directive Completion by Elderly Americans: A Decade of Change. Journal of the American Geriatrics Society. United States of America.
Rebekah Schiff. (2006). Living wills and the Mental Capacity Act: a postal questionnaire survey of UK geriatricians. Age and Ageing 2006, 35(1): 116-121. Oxford University Press on behalf of the British Geriatrics Society.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2552). หนังสือแสดงเจตนาเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในวาระสุดท้ายของชีวิต, 24 มีนาคม 2559. เข้าถึงจาก[Online], available from http://www.thailivingwill.in.th

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-20

รูปแบบการอ้างอิง

อินทะจักร์ ธ., พฤฒิภิญโญ ฉ., ศิริโชติรัตน์ น., & ขจรชัยกุล ป. (2018). ความคิดเห็นต่อการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการทางสาธารณสุข ในวาระสุดท้ายของชีวิตในผู้สูงอายุ จ.ลำปาง. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข, 4(2), 163–177. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/161424

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ