การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง ระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กรณีพื้นที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
คำสำคัญ:
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย, หลักเกณฑ์การดูแลแบบประคับประคอง, โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล, พื้นที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการดูแลผู้ป่วยตามหลักเกณฑ์การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง และศึกษาปัญหา อุปสรรค ในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองในระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในพื้นที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม โดยกลุ่มตัวอย่างมีจำนวน 66 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกตการณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลประกอบด้วยจำนวนร้อยละ การวิเคราะห์ผลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกในรูปแบบพรรณนา และวิเคราะห์แบบสังเกตการณ์ในรูปแบบของค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมวิจัยในครั้งนี้เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย มีอายุอยู่ในช่วง 35-44 ปีโดยมีอายุเฉลี่ย เท่ากับ 38.2 ปี อยู่ในตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขคิดเป็นร้อยละ 37.87 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่จบการศึกษาปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 75.23 ผลการศึกษาจากการสังเกตพฤติกรรมปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองในพื้นที่ตามหลักเกณฑ์การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองอย่างเหมาะสม พบว่า โดยรวมเฉลี่ย = 3.19 อยู่ในระดับดี ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.11 เมื่อพิจารณาตามรายการสังเกตเป็นรายข้อ พบว่า มีพฤติกรรมการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองในพื้นที่ตามหลักเกณฑ์การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองอยู่ในระดับดีมาก โดยเฉพาะการสร้างสัมพันธภาพอันดีต่อผู้ป่วยและญาติ และ มีการปฏิบัติงานโดยตระหนักถึงสิทธิของผู้ป่วย ความลับของผู้ป่วย และจริยธรรม จรรยาวิชาชีพ ของเจ้าหน้าที่
ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย จากผลการศึกษาพบว่าเจ้าหน้าที่สหสาขาวิชาชีพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ยังมีข้อจำกัด การปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองดังนั้นควรมีการกำหนดบทบาทให้ชัดเจนในการดูแลผู้ป่วย มีการอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วย
เอกสารอ้างอิง
กิตติกร นิลมานัต (2555). การดูแลระยะสุดท้ายของชีวิต. กรุงเทพฯ : ชานเมืองการพิมพ์
ชลิยา วามะลุน และคณะ (2551). การเสริมสร้างความหวังและความรู้สึกที่มีคุณค่าในตนเองสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะซึมเศร้า กรณีศึกษา ศูนย์มะเร็ง อุบลราชธานี. มปท.
เดชา บัวเทศ (2553). สุขภาพพระสงฆ์ : รูปแบบการดูแลสุขภาพองค์รวมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในภาคกลางตอนบน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มปท.
ถนอมขวัญ ทวีบูรณ์ (2558). การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ภาควิชาการพยาบาลรากฐาน” คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 14 มิถุนายน 2558. Available at http://www. elearning.ns.mahidol.ac.th/Patients-with-end-stage/__5.html
ทรงคุณ จันทจร (2549). การวิจัยเชิงคุณภาพทางวัฒนธรรม”. กาฬสินธุ์ : สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยสารคาม, 2549.
นงค์รักษ์ สัจจานิจการ (2555). ผลการดูแลผู้ป่วยที่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายจากโรงพยาบาลสู่เครือข่ายชุมชน.โรงพยาบาลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน. มปท.
นิรชา อัศวธีรากุล, ภัคคพงศ์ วงศ์คำ, ถิราพร พ่วงโพธิ์. (2556). “Palliative Care คู่มือการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองสำหรับประชาชน”. กรุงเทพฯ : บริษัท สร้างสื่อ จำกัด, 2556.สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2558 Available at http://www.slideshare.net/UtaiSukviwat sirikul/palliative-care-48737757
ปราณี อ่อนศรี (2557). “บทบาทพยาบาลกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายตามความเชื่อทางศาสนา.” วารสารพยาบาลทหารบก 15,2 (พ.ค.-ส.ค.) 39.
รัชฎาพร สีลา, สุกัญญา หังสพฤกษ์, สาคร ภูน้ำเย็น, ชาลีมาศ ตันสุเทพวีรวงศ์, จุฑาทิพย์ พิทักษ์, สายใจ วอนขอพร.(2558). คู่มือการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองสำหรับทีมหมอประจำครอบครัว. นนทบุรี: สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสซิ่ง จำกัด, 2558.
วรรณภรณ์ พัฒนิบูลย์ และคณะ (2555).”การพัฒนารูปแบบการดูแลแบบประคับประคองสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังในระยะสุดท้าย หอผู้ป่วยอายุรกรรม 2 โรงพยาบาลร้อยเอ็ด”.วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30,3 (ก.ค.-ก.ย.) 74.
สมบัติ ตรีประเสริญสุข (2546). “ศาสตร์และศิลป์แห่งการดูแลผู้ป่วยเมื่อวาระสุดท้ายของชีวิต”. พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพฯ : หมอชาวบ้าน, 2546.
สุภางค์ จันทวานิช (2543). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 9 . กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543
Hermann, C.P. (2001) Spiritual needs of dying patients: A qualitative study. Oncology Nursing Forum 28(1) : 67-72.
WHO (2002).” WHO Definition of Palliative Care”. 2002 .สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2558 Available at http:// www. who.int/cancer/palliative/definition/en/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ