การรับรู้ความเสี่ยงของการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพการพยาบาลของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
คำสำคัญ:
การรับรู้ความเสี่ยง, จริยธรรมแห่งวิชาชีพการพยาบาล, พยาบาลวิชาชีพบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับการรับรู้ความเสี่ยงและเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการรับรู้ความเสี่ยงของการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพการพยาบาลของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 184 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ จำนวนความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เปรียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของคะแนนการรับรู้ ด้วยสถิติ t-test และ Anova
ผลการศึกษา พบว่าพยาบาลวิชาชีพส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 80.40 อายุระหว่าง 30–40 ปี ร้อยละ 41.80 สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 51.10 เป็นพยาบาลวิชาชีพระดับ RN5 ปฏิบัติงานมากกว่า 15 ปีขึ้นไป ร้อยละ 37.50 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีร้อยละ 89.10 ระดับการรับรู้ความเสี่ยงของการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพการพยาบาลจำแนกตามรายด้านโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅=4.52) ร้อยละ 74.00 แสดงว่าพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้ามีการรับรู้ความเสี่ยงด้านจริยธรรมและกฎหมายสูงมาก และมีโอกาสลดความผิดพลาดในการเกิดความเสี่ยงต่อจริยธรรมและกฎหมายวิชาชีพได้ ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการรับรู้ความเสี่ยงของการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพการพยาบาลจำแนกตามเพศ อายุ ประสบการณ์การทำงานและแผนกที่ปฏิบัติงาน พบว่าเพศ อายุ ของพยาบาลวิชาชีพที่มีเพศ อายุ และแผนกปฏิบัติงานของพยาบาลที่แตกต่างกัน มีการรับรู้ความเสี่ยงของการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยเพศหญิงมีการรับรู้ความเสี่ยงของการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพมากกว่าเพศชาย และประสบการณ์การทำงานแตกต่างกันมีการรับรู้ความเสี่ยงของการรักษาจริยธรรมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แสดงว่าพยาบาลตั้งแต่จบใหม่ (RN1) จนกระทั่งเป็นพยาบาลระดับอาวุโส (RN5) มีการรับรู้ถึงความเสี่ยงทางด้านจริยธรรมและกฎหมายไม่แตกต่างกัน
การวิจัยมีข้อเสนอแนะ ผู้บริหารโรงพยาบาลควรส่งเสริมให้พยาบาลปฏิบัติต่อผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการและเพื่อนร่วมงานอย่างเข้าใจและรับรู้ความเสี่ยงให้ดียิ่งขึ้น ควรมีการกระตุ้นการรับรู้ในพยาบาลชายให้มีการรับรู้ความเสี่ยงทางจริยธรรมให้มากขึ้น ผู้บริหารของโรงพยาบาลควรจัดให้มีการส่งเสริมในการพัฒนาระบบการจัดการข้อร้องเรียนหรือระบบการให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งแผนกผู้ป่วยนอกและแผนกผู้ป่วยใน เพื่อลดปัญหาความเสี่ยงของการรักษาและมุ่งสู่การพัฒนาการบริการทางด้านการแพทย์พยาบาลที่มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กิ่งแก้ว ทรัพย์พระวงศ์. (2546). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพมหานคร : ไทยเจริญการพิมพ์.
ประภัสสร พงศ์พันธุ์พิศาล. (2555). กระบวนการสอบสวนจริยธรรมกับการประกอบวิชาชีพการพยาบาล. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการหลักเกณฑ์ขั้นตอน การสืบสวน สอบสวนด้านจริยธรรม.
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พร. (2558). Hospital Profile : ข้อมูลพื้นฐานโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า. แหล่งข้อมูล Intranet ของโรงพยาบาล. เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558.
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พร. (2558). Hospital Profile : บริบทขององค์กร. แหล่งข้อมูล
Intranet ของโรงพยาบาล. เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558.
วราพร ช่างยา. (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความเสี่ยง การสนับสนุนจากหัวหน้าหอผู้ป่วยสภาพแวดล้อมในการทำงานกับพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณา สุขสบาย และคณะ. (2552). การรับรู้ของผู้ป่วยต่อคุณลักษณะทางจริยธรรมของพยาบาลในโรงพยาบาล. บทความงานวิจัย.ตีพิมพ์ลงในวารสารการพยาบาลโรงพยาบาลรามาธิบดี ปีที่15 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – เมษายน 2552 : 60-75.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2538). พฤติกรรมผู้บริโภค ฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพมหานคร : บริษัท วิสิทธิ์
พัฒนา จำกัด.
สำนักการพยาบาล กรมการแพทย์. (2551). มาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล. สำนักพิมพ์
กรมการแพทย์.
สำนักการพยาบาล กรมการแพทย์. (2551). ยุทธศาสตร์การบริการพยาบาลของประเทศ พ.ศ.2551–2555. สำนักพิมพ์กรมการแพทย์.
สุรีพร ดวงสุวรรณ์และคณะ. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะในการปฏิบัติงานกับคุณภาพการพยาบาลของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ เขตตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุขที่ 17. บทความงานวิจัย. ตีพิมพ์ลงในวารสารสภาการพยาบาลและสุขภาพ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2554 : 67-77.
สุชา จันทร์เอม. (2544).จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช จำกัด.
สภาการพยาบาล. (2551). พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2540 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง.(พิมพ์ครั้งที่ 2).รวบรวมและจัดทำโดยฝ่ายกฎหมายและจริยธรรมสภาการพยาบาล นนทบุรี : สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Banner. (1989). Index to The Banner of Truth 1955-1989. Available at https://banneroftruth.org เข้าถึงข้อมูล วันที่ 23 กันยายน 2558.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ