องค์ประกอบของทุรเวชปฏิบัติ

ผู้แต่ง

  • เริงฤดี ปธานวนิช

คำสำคัญ:

ทุรเวชปฏิบัติ มาตรฐานแห่งวิชาชีพเวชกรรม ความรับผิดทางการแพทย์, ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และผู้ป่วย

บทคัดย่อ

การฟ้องร้องคดีความรับผิดทางการแพทย์หรือทุรเวชปฏิบัติเป็นปัญหาสำคัญ แต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ใช้ในการพิจารณาคดีทุรเวชปฏิบัติ ศาลจะใช้หลักการของกฎหมายลักษณะละเมิดเป็นหลักในการพิจารณาคดี แต่เนื่องจากทุรเวชปฏิบัติมีความแตกต่างจากกรณีละเมิดโดยทั่วไป โดยมีปัจจัยร่วมหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ความสัมพันธ์และหน้าที่ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย พยาธิสภาพของโรค รวมทั้งมาตรฐานแห่งการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้นการพิจารณาคดีทุรเวชปฏิบัติให้มีความถูกต้องและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ได้ยึดหลักองค์ประกอบสำคัญสี่ประการ อันได้แก่ 1) หน้าที่ของแพทย์อันมีต่อผู้ป่วย 2) การกระทำอันผิดไปจากมาตรฐานแห่งวิชาชีพ 3) ความเสียหายที่เกิดต่อผู้ป่วย และ 4) ความเสียหายนั้นต้องเป็นผลโดยตรงจากการกระทำผิดจากมาตรฐานแห่งวิชาชีพ กล่าวคือหน้าที่ของแพทย์อันมีต่อผู้ป่วยจะเริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และผู้ป่วย นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ตามสัญญา หน้าที่ตามกฎหมายและตามวิชาชีพที่แพทย์จะพึงมีต่อผู้ป่วย เมื่อความสัมพันธ์เกิดขึ้นแล้วแพทย์มีหน้าที่อันจะต้องรักษาผู้ป่วยให้เป็นไปตามมาตรฐานแห่งวิชาชีพ ซึ่งมาตรฐานนี้จะมีหลักพิจารณาต่างกันไปตามบริบท หรือวิสัยและพฤติการณ์ของสภาวการณ์นั้นๆ หากมีการกระทำอันผิดไปจากมาตรฐานและก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ป่วยที่เป็นผลโดยตรงจากการละเมิดนี้ ย่อมถือว่าครบองค์ประกอบความผิดทุรเวชปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบันแม้ว่ากฎหมายไทยยังไม่ได้มีการกำหนดนิยามที่ชัดเจนขององค์ประกอบของทุรเวชปฏิบัติดังกล่าวนี้เป็นการเฉพาะ แต่เมื่อพิจารณากฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกับการนำตัวอย่างคดีมาศึกษาเปรียบเทียบแล้วจะพบองค์ประกอบทั้งสี่ประการในการพิจารณาคดีละเมิดทางการแพทย์ในไทย บทความนี้จึงน่าจะทำให้ความเข้าใจในองค์ประกอบทุรเวชปฏิบัติชัดเจนขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณาความรับผิดทางการแพทย์ในประเทศไทย

เอกสารอ้างอิง

ขวัญชัย โชติพันธุ์. (2555). คดีทางการแพทย์: แนวทางศึกษา เพื่อป้องกันและต่อสู้คดี. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549. ราชกิจจานุเบกษา 123 (1 พฤศจิกายน 2549), หน้า 24.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6092/2552.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11332/2555.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15067/2557.
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ 3245/2558.
คำฟ้องคดีผู้บริโภคหมายเลขดำที่ 4/2554 (ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี).
นพพร โพธิรังสิยากร. (2559). ความรับผิดทางกฎหมายของแพทย์จากการรักษาพยาบาล: ทุรเวชปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: บริษัทโอ-วิทย์ (ประเทศไทย จำกัด).
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. ราชกิจจานุเบกษา 42 (11 พฤศจิกายน 2464), หน้า 132-133.
ประมวลกฎหมายอาญา. ราชกิจจานุเบกษา 73 (15 พฤศจิกายน 2499), หน้า 42.
พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525, ราชกิจจานุเบกษา 99 (11 สิงหาคม 2525), หน้า 16.
พระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559. ราชกิจจานุเบกษา 133 (20 ธันวาคม 2559), หน้า 46.
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2477. ราชกิจจานุเบกษา 52 (10 มิถุนายน 2478), หน้า 624.
แพทยสภา (2558). คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย ฉบับใหม่ออกโดย 6 สภาวิชาชีพ ประกาศ ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2558. สืบค้นจาก http://www.tmc.or.th/detail_news.php?news_id=834
เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ. (2549). กฎหมายกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม. กรุงเทพฯ: บุ๊คเน็ท.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. ราชกิจจานุเบกษา 134 (6 เมษายน 2560), หน้า 12, 15.
แสวง บุญเฉลิมวิภาส (2558). ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข: วิเคราะห์ข้อดีหรือข้อเสีย. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข 1(1), 54-55.
Dixon v. Siwy, 661 N.E.2d 600 (Ind. 1996).
Green v. Walker 910 F.2d 291 (5th Cir. 1991).
Greenberg v. Perkins 845 P.2d 530 (Colo. 1993).
Hall, M. A., Bobinski, M. A., & Orentlicher, D. (2003). Health care law and ethics. New York: Aspen Publishers.
Hall v. Hilbun 466 So.2d 856 (Miss. 1985).
Hamil v. Bashline 307 A.2d 57 (Pa. Super. Ct.1973).
Hiser v. Randolph 126 Ariz. 608; 617 P.2d 774 (Ariz. 1980).
Hurley v. Eddingfield 59 N.E. 1058 (Ind.1901).
Jones v. Chidester, 610 A.2d 964 (Pa. 1992)
King v. Murphy 424 So. 2d 547 (Miss. 1982).
Louisell, D. W. & Williams, H. (1960). Res Ipsa Loquitur—Its Future in Medical Malpractice Cases. California Law Review, 48 (2), 252-270.
Mayhue v. Sparkman 653 N.E. 2d 1384 (Ind. 1995).
McIntyre v. Smith 24 S.W. 3d 911 (Tex. App. 2000).
Mitzelfelt v. Kamrin 526 Pa.54 (Pa. 1990).
Osler v. Burnett 1993 Tenn. App. LEXIS 244 (Tenn. 1993).
Pelton v. Tri-State Memorial Hospital, Inc., et al. 831 P.2d 1147 (Wa. 1992).
Reynolds v. Decatur Memorial Hospital 660 N.E.2d 235 (Ill. App.1996).
Rowland v. Christian 69 Cal.2d 108 (Cal. 1968).
Small v. Howard 128 Mass. 131 (Mass. 1880).
Walters v. Rinker 520 N.E. 2d 468 (Ind. Ct. App. 1988).
Wilkins, L. P. (2007). Cases and Materials on the law of medical malpractice (10th ed.). Indianapolis.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-12-05

รูปแบบการอ้างอิง

ปธานวนิช เ. (2017). องค์ประกอบของทุรเวชปฏิบัติ. วารสารนโยบายสุขภาพ กฎหมาย และการบริหาร, 3(2), 211–227. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/161658

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ / มุมมอง