ขอบเขตของงานนิติเวชและการให้บริการ
คำสำคัญ:
นิติเวชศาสตร์ ขอบเขตของงานนิติเวช การให้บริการด้านนิติเวชบทคัดย่อ
การบริหารงานด้านนิติเวชศาสตร์มีความจำเป็นที่สถานพยาบาลทุกแห่งต้องจัดทำขึ้น เพื่อให้แพทย์ทุกสาขาได้ทราบและนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องอย่างมีประสิทธิภาพ ตามระดับงานที่รับผิดชอบโดยเริ่มจากงานระดับนิติเวชพื้นฐานถึงระดับผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้การประยุกต์วิชาแพทย์ทุกสาขาเพื่อช่วยแก้ปัญหาทางกฎหมายหรือคดี โดยต้องประสานงานกับงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์หลักฐานทางสถานที่เกิดเหตุ อาวุธและกระสุนปืน การตรวจหาสารพิษ สารเสพติด แอลกอฮอล์ ตลอดจนการตรวจสายพันธุกรรม DNA ลายพิมพ์นิ้วมือและการตรวจแผนภูมิทางทันตกรรมเพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ระดับการปฏิบัติงานทางนิติเวชศาสตร์ขึ้นกับภาวะวิสัย พฤติการณ์ และสภาพแวดล้อมที่แพทย์ประกอบวิชาชีพอยู่ เช่น แพทย์ทั่วๆ ไปต้องเข้าใจหลักการตรวจบาดแผลจากผู้ป่วยและสามารถทำรายงานการชันสูตรบาดแผลได้ถูกต้องตามหลักนิติเวชได้และสามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายกำหนดได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่สามารถชันสูตรพลิกศพ ณ ที่เกิดเหตุ การชันสูตรศพภายนอก สามารถระบุสาเหตุการตายได้ด้วยตนเองหรือพิจารณาให้พนักงานสอบสวนส่งศพไปชันสูตรต่อโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนิติเวชศาสตร์โดยเฉพาะที่กรณีที่ต้องผ่าศพชันสูตรหาสาเหตุการตายและหาหลักฐานสนับสนุนพฤติการณ์การตาย ตลอดจนหลักฐานเพื่อนำไปสู่การหาตัวผู้ต้องสงสัยจากศพการชันสูตรตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอได้
เอกสารอ้างอิง
วิชาญ เปี้ยวนิ่ม. (2549) การประเมินบาดแผล การชันสูตรพลิกศพและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง. ใน: ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ, บรรณาธิการ. บริหารกฏหมายการแพทย์และสาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล ; 269-301.
วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์. (2524) คู่มือการชันสูตรพลิกศพ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ : พิฆเณศ ; 6-10.
วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์. (2548) นิติเวชศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ; 5-7.
วิรัติ พานิชย์พงษ์. (2546). นิติเวชปฏิบัติ กรณีบาดเจ็บและตายผิดธรรมชาติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : หอรัตนชัยการพิมพ์ ; 2.
พรทิพย์ โรจนสุนันท์. (2545). นิติเวชศาสตร์การชันสูตรศพ. พิมพิ์ครั้งที่ 4 กรุงเทพฯ : วิญญูชน ; 16.
ไพฑูรย์ ณรงค์ชัย. (2548). นิติพิษวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 1. เชียงใหม่; คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: 5.
ทัศนะ สุวรรณจูทะ. (2536). นิติเวชศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพ : บพิธการพิมพ์ ; 1-3.
ธีระพล อรุณะกสิกร, และคณะ. (2551). ประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับทันสมัย แก้ไขเพิ่มเติม. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : วิญญูชน ; 2551. 30-1.
แมน อิงคตานุวัฒน์, อุดมศักดิ์ หุ่นวิจิตร, ธวัชชัย วัฒนขจร. (2542). นิติเวชศาสตร์ 1. พิมพิ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ; 1-2.
เลี้ยง หุยประเสริฐ (2550). นิติเวชศาสตร์สำหรับพนักงานสืบสวนสอบสวน.พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สูตรไพศาล; 37-8.
สมชาย ผลเอี่ยมเอก (2539). วิชานิติเวชศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล; 2.
อรรถพล แช่มสุวรรณวงศ์ (2544). นิติวิทยาศาสตร์ 3. ส่วนที่ 2. พิมพิ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : ดาวฤกษ์; 1-3.
Camps FE, editor (1968). Gradwohl’s legal medicine. 2nd ed. Baltimore : Williams and Wilkins.
DiMaio VJ, DiMaio D (2001). Forensic pathology. 2nd ed. New York : CRC Press; 547-51.
Di Maio VJM, Dana SE (1997). Forensic pathology. 1st ed. Texas: Landes bioscience; 28-9.
Knight B (1997). Simpson’s forensic medicine. 11th ed. London : Arnold; 16-8.
Peonim V, Chirachariyavej T, Atamasirkul K, Talthip J (2007). Comparable between rapid one step immunochromatographic assay and ELISA in the detection of prostate specific antigen in vaginal specimens of raped women. J Med Assoc Thai; 90 (12) : 2624-9.
Spitz WU. (1988). A tribute to the late Russell S. Fisher. Am J Foren Med and Pathol; 9 :355-6.
Spitz WU, editor (2006). Spitz and Fisher’s Medicolegal investigation of death. 4th ed. Illinois : charles C Thomas publisher Ltd; 3-5.
Talthip J, Peonim V, et al. (2007) Case report : An autopsy report case of rape victim by the application of PSA test kit as a new innovation for sexual assault investigation in Thailand. J Med Assoc Thai; 90 (2) : 348-51.
Trestrial JH. (2000).Criminal Poisoning. 1st ed. New Jursey : Human Press Inc ; 2.
Mc Naugton (1952). rules again. Lancet 24 (1) : 1064-5.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ