ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข: วิเคราะห์ข้อดีหรือข้อเสีย
คำสำคัญ:
ระบบไกล่เกลี่ย ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้ ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงถึงข้อดีข้อเสีย หากประเทศไทยมีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ตามหลักการของร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข หากพิจารณาให้ถ่องแท้จะพบว่า เป็นกฎหมายที่มีหลักการที่ดีคือ ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น แม้จะเกิดจากความประมาท ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปสู้คดีกันในชั้นศาล ซึ่งเมื่อมีการเยียวยาช่วยเหลือกันแล้ว ก็ควรยุติเรื่องได้แล้วบนพื้นฐานของความเห็นใจซึ่งกันและกัน การมีกฎหมายฉบับนี้ทำให้องค์กรทางสุขภาพจะมาใช้ระบบไกล่เกลี่ยเข้ามาแทนที่การต่อสู้คดีกันในชั้นศาล แต่หากยังนำเรื่องมาฟ้องเป็นคดีอาญาอีก ก็ให้ศาลใช้ดุลพินิจที่จะลดโทษหรือยกเว้นโทษให้กับบุคลากรทางสาธารณสุขได้ สำหรับสถานพยาบาลเอกชนที่ไม่เห็นด้วยกับหลักกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายก็ไม่บังคับให้ต้องเข้ามาร่วม เพราะจะทำให้เกิดการคัดค้านทั้งหมด กฎหมายฉบับนี้ควรใช้กับกลุ่มข้าราชการ ประกันสังคม และโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่วนหน่วยงานภาคเอกชนควรบัญญัติให้เป็นเรื่องของความสมัครใจ
เอกสารอ้างอิง
ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. (ฉบับที่คณะกรรมการกฤษฎีกา)
แสวง บุญเฉลิมวิภาส, (2554). “ปัญหาการฟ้องร้องทางการแพทย์และแนวทางแก้ไข”,จุลสาร สมาคมนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 8, 3 (พ.ค.-มิ.ย. 2554): 47-58.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ