ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข
คำสำคัญ:
ผู้ได้รับความเสียหาย การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือผู้รับบริการที่ได้รับความเสียหายที่เข้าเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นที่มีการบันทึกรวบรวมไว้ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปีงบประมาณ 2555 (1ตุลาคม 2554 – 30 กันยายน 2555) มีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 208 ราย สถิติที่ใช้คือสถิติเชิงพรรณนา สถิติเชิงวิเคราะห์ ซึ่งประกอบด้วยการทดสอบไคสแควร์ (Chi-square test) และ Fisher’s Exact Test
ผลการวิจัย พบว่า ผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 62 ส่วนผู้ยื่นคำร้องเป็นเพศหญิงร้อยละ 68.3 ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ยื่นคำร้องในฐานะเป็นบิดามารดาร้อยละ 38.9 รายละเอียดที่เชื่อว่าได้เกิดความเสียหาย พบว่า ประเภทของหน่วยบริการที่เข้ารับบริการมากสุดคือ โรงพยาบาลชุมชนร้อยละ 48.6 ประเภทของบริการมากสุดคือ ผู้ป่วยในร้อยละ 95.7 สาขาที่เข้ารับบริการมากสุดคือ สูติกรรมร้อยละ 37.5 สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากเหตุสุดวิสัยร้อยละ 77.9 บุคคลผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสียหายมากที่สุดคือ แพทย์ร้อยละ 53.4 และพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหาย คือ ประเภทความเสียหาย (ระดับความรุนแรงของความเสียหาย) และระยะเวลาของผู้รับบริการที่ได้รับความเสียหาย
ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติควรมีการพิจารณาหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบื้องต้นเพื่อคุ้มครองผู้เสียหายจากเกณฑ์ปัจจัยประเภทความเสียหาย (การบาดเจ็บต่อเนื่อง การสูญเสียอวัยวะ และการเสียชีวิตหรือทุพลภาพอย่างถาวร) และปัจจัยเกี่ยวกับระยะเวลาที่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ควรเสนอให้มีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เพื่อเน้นการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการบริการสาธารณสุขโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิดมากกว่าที่จะหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยและไม่ให้เกิดการฟ้องร้องต่อแพทย์
เอกสารอ้างอิง
โครงการสนับสนุนการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข. (2550). ระบบชดเชยความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขโดยไม่เพ่งโทษตัวบุคคลและไม่พิสูจน์ความผิด. เอกสารเพื่อทำความเข้าใจและใช้ประกอบการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข.
บุญศักดิ์ หาญเทิดสิทธิ์. (2553). การได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 กับการฟ้องร้องคดีแพ่ง.วารสารวิจัยระบบสารธารณสุข, 5, 205-215.
ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์. (2553). การวินิจฉัยไม่พึงประสงค์จากการบริหารทางการแพทย์เพื่อการจ่ายเงินชดเชย. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 4.
ไพจิตร ปุญญพันธ์. (2545) . เอกสารการสอนชุดวิชากฎหมายแพ่ง 2 หน่วยที่ 14 ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดและนิรโทษกรรม. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (พิมพ์ครั้งที่ 25) กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สารัตน์ สองเมืองสุข. (2554). การจัดการความขัดแย้งระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ณ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่ง. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. วารสารการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตแห่งชาติ. ครั้งที่ 23 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ระหว่างวันที่ 23-24 ธันวาคม 2554:263-264.
สำนักกฎหมาย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2555). คู่มือการดำเนินงานจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: บริษัทศรีเมืองการพิมพ์ จำกัด
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ร่วมกับศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน. (2552). ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและผู้ให้บริการต่อการดำเนินงานสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ปี 2552. บริษัทศรีเมืองการพิมพ์ จำกัด.
หมอชาวบ้าน.(2551). ปัญหาการฟ้องร้องทางการแพทย์และแนวทางแก้ไข. Retrives June 20,2011,from http://www.doctor.or.th/clinic/detail/7043.
อุดม ลีลาทวีวุฒิ. (2551). คุณภาพของระบบบริการสุขภาพในโรงพยาบาล: ปัญหาจากการตรวจพบและการฟ้องร้อง.ใน ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ (บรรณาธิการ).บริหารกฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 1: 103-126). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ