ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อสมรรถนะของนักวิชาการสาธารณสุข กรณีศึกษาเขตบริการสุขภาพที่ 4

ผู้แต่ง

  • สุคนทิพย์ รุ่งเรือง
  • ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ
  • นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์
  • สุธี อยู่สถาพร

คำสำคัญ:

สมรรถนะนักวิชาการสาธารณสุข, ภาวะผู้นำ, แรงจูงใจ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อสมรรถนะของนักวิชาการสาธารณสุข กรณีศึกษาเขตบริการสุขภาพที่ 4 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักวิชาการสาธารณสุข จำนวน 352 คน โดยใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามตอบด้วยตนเอง ระหว่างเดือนมกราคม- มีนาคม พ.ศ. 2558 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้จำนวน การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียรสัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุแบบขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิงร้อยละ 56.8 อายุ 41-50 ปี ร้อยละ 44.6 สถานภาพสมรสคู่/อยู่ด้วยกัน ร้อยละ 69.6 การศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 84.9 ตำแหน่งระดับชำนาญการ ร้อยละ 84.4 สมรรถนะโดยรวมของนักวิชาการสาธารณสุขอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 87.2 และสมรรถนะรายด้านพบว่า ด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ ด้านการบริการที่ดี การด้านสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ ด้านการยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม ด้านการทำงานเป็นทีม ด้านการคิดวิเคราะห์ และด้านการสร้างสัมพันธภาพ อยู่ในระดับสูง ปัจจัยด้านภาวะผู้นำ และปัจจัยด้านแรงจูงใจ มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลางกับสมรรถนะของนักวิชาการสาธารณสุข อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 ( r = 0.683, p-value < 0.001) และ    ( r = 0.390,  p-value < 0.001) ตามลำดับ ตัวแปร 3 ตัว ที่สามารถร่วมกันพยากรณ์สมรรถนะของนักวิชาการสาธารณสุข กรณีศึกษาเขตบริการสุขภาพที่ 4 ได้แก่ สถานภาพสมรส ปัจจัยภาวะผู้นำ ปัจจัยแรงจูงใจ สามารถพยากรณ์สมรรถนะของนักวิชาการสาธารณสุข ได้ร้อยละ 48.9 จึงเสนอแนะให้หน่วยงานสามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนสร้างกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากร และการกระตุ้นให้บุคลากรมีความกระตือรือร้นเร่งพัฒนาสมรรถนะที่ตนเองรับผิดชอบให้ดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

เกตุศิรินทร์ ฉิมพลี และวรางคณา ผลประเสริฐ. (2553). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำ และปัจจัยสนับสนุนทางการบริหารกับการทำงานเป็นทีมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 3(2) กรกฎาคม-ตุลาคม.

จิริสุดา บัวผัน. (2554). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติงานตามสมรรถนะหลักของทันตแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนเขตสาธารณสุขที่ 12. วารสารวิจัย มข. 6(6) กรกฎาคม-สิงหาคม.

ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ. (2554). การบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพ. กฎหมายสาธารณสุขและการบังคับใช้. (พิมพ์ครั้งที่ 1) กรุงเทพ ฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.

นิตยา อินกลิ่นพันธุ์. (2539). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยพื้นฐาน ความรู้สึกมีพลังอำนาจในความพึงพอใจในปัจจัยการทำงานกับการรับรู้สมรรถภาพในการปฏิบัติงานของพยาบาลประจำการในปัจจัยการทำงานกับการรับรู้สมรรถภาพในการปฏิบัติงานของพยาบาลประจำโรงพยาบาลชัยนาท. วิทยานิพนธ์หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต.กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยมหิดล.

พูลศักดิ์ พุ่มวิเศษ. (2544). ความสัมพันธ์ระหว่างระบบสาธารณสุขกับสังคมเศรษฐกิจและการเมือง. นนทบุรี:โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.

ศันสนีย์ วงม่วย และวิทัศน์ จันทร์โพธิ์ศรี. (2556). แรงจูงใจที่มีผลต่อสมรรถนะประจำกลุ่มงานของนักวิชาการสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 6(3). กรกฎาคม-กันยายน.

ศิริญญ์ รุ่งหิรัญ. (2554). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดปทุมธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์, มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย.

สานิตย์ เพชรสุวรรณ. (2554). ปัจจัยทำนายสมรรถนะของนักวิชาการสาธารณสุขระดับตำบล. ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ. กรุงเทพ ฯ.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2550). การพัฒนาสมรรถนะหลัก (Core Competecies) สำหรับนักวิชาการสาธารณสุขแนวใหม่. แผนงานการพัฒนา

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2553). คู่มือการกำหนดความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะสำหรับตำแหน่ง. กรุงเทพ ฯ: บริษัทประชุมช่าง จำกัด.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2016-01-20

รูปแบบการอ้างอิง

รุ่งเรือง ส., พฤฒิภิญโญ ฉ., ศิริโชติรัตน์ น., & อยู่สถาพร ส. (2016). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อสมรรถนะของนักวิชาการสาธารณสุข กรณีศึกษาเขตบริการสุขภาพที่ 4. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข, 2(1), 15–29. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/162302

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ