การค้าเสรีและการปกป้องนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
คำสำคัญ:
การค้าเสรี, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การปกป้องนโยบาย อาเซียน, อาเซียนบทคัดย่อ
เนื่องจากโลกทางการค้ามีความซับซ้อนและมีผลประโยชน์ การวิจัยนี้ได้ใช้การวิเคราะห์สถิติการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสัมภาษณ์นักวิชาการ องค์กร NGO ที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษา พบว่า 1) สถานการณ์การนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศมาจากประเทศที่อยู่สหภาพยุโรป และมีบางส่วนใช้ผลประโยชน์จากสัญชาติอาเซียนโดยมีภาษีเป็นศูนย์ ในภาคใต้ของไทย พบว่า กลุ่มมุสลิม 3 จังหวัดภาคใต้ก็มีความเข้มข้นทางศาสนาอิสลามลดลง มีเบียร์ฮาลาล เยาวชนจากภาคใต้ได้รับอิทธิพลจากการโฆษณา และการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ด่านปลอดภาษี 2) นโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรให้เป็นสินค้าที่ไม่ธรรมดา และเป็นสินค้าอยู่นอกกลุ่มการเจรจาการค้าเสรี 3) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอาเซียนและการเฝ้าระวัง การใช้เครือข่ายจากเจ้าหน้าที่สรรพสามิต เอ็นจีโอ สื่อมวลชนท้องถิ่น เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายเยาวชน เป็นต้น โดยประสานงานกับจังหวัด ให้ทีมสาธารณสุขจังหวัด ทิศทางการเฝ้าระวังจัดทำโดยกลุ่มเอ็นจีโอแจ้งให้ภาคประชาชนได้ทราบความจริงเกี่ยวกับการแทรกแซงของอุตสาหกรรมสุรา การคอร์รับชั่นของนักการเมือง การมีส่วนได้เสียของเจ้าหน้าที่รัฐในระบบอุปถัมภ์ เครือข่ายเอ็นจีโอได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อผู้บริหารประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแสดงจุดยืนในการต่อต้านกลุ่มบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พยายามแฝงตัวมาในนามนักธุรกิจจากสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐอเมริกา (US-ASEAN Business Council: USABC) โดยหวังรื้อมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขัดขวางการออกมาตรการภาพคำเตือนบนขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา การแทรกแซงนโยบายของไทย ผ่านนอมินีต่างๆ เช่น กรณี ICAP หรือ TABBA เอ็นจีโอต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขหนักแน่นในจุดยืนด้านสุขภาวะของประชาชน และไม่เปิดโอกาสให้ทุนข้ามชาติเข้าพบ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจน้ำเมา และ 4) ประเทศไทยควรเข้าร่วมมือกับนานาชาติในการจัดทำกรอบอนุสัญญาควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การวิจัยนี้ มีข้อเสนอกระตุ้นปัญหาแอลกอฮอล์เป็นปัญหาระดับโลก ควรตระหนักว่า “ไม่มีแอลกอฮอล์ระดับใดที่ปลอดภัย” จึงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ความตกลงทางการค้าเสรีในอาเซียนในอนาคต จะเปิดโอกาสให้ประเทศที่มิใช่สมาชิกอาเซียนเข้ามาร่วมค้าได้ทั้งหมด รวมทั้งกลุ่มพื้นที่ทรานส์แปซิฟิก ประเทศไทย ภาคสังคม และรัฐต้องปรับจุดหมุน ทำนโยบายและกฎหมายภายในประเทศให้เข้มแข็ง ควบคุมทั้งอุตสาหกรรม ตลาดการค้าสุราทั้งผู้ผลิตรายใหญ่ รายย่อย และการควบคุมการดื่ม ไม่ให้มีสถานการณ์ที่บ่งชี้ว่า ไทยปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและการกีดกันทางการค้าเสรี ในระดับโลก ต้องร่วมมือจัดให้มีกรอบอนุสัญญาควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เอกสารอ้างอิง
ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ (2550) สถานการณ์การนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา.
ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ (2551). การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ: นโยบาย หลักกฎหมาย และการบังคับใช้.กรุงเทพมหานคร: เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.
ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ (2553). สถานการณ์การนำเข้า และข้อเสนอการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกจากความตกลงทางการค้าเสรี ใน ข้อเสนอการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกจากความตกลงทางทั่วไป กรุงเทพมหานคร: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา.
ทักษพล ธรรมรังสี (2552) ความต้องการและบทบาทของธุรกิจอุตสาหกรรมสุรา ในกระบวนการนโยบายแอลกอฮอล์ นนทบุรี: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หน้า 70-73.
ทักษพล ธรรมรังสี (2553). สุรา กับ การค้าเสรี ความตกลงเขตการค้าเสรีกับสินค้าสุรา: จะเปิดหรือปิด. ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา วันที่ 31 สิงหาคม
ทักษพล ธรรมรังสี (2553). สุรากับการค้าเสรี ความตกลงเขตการค้าเสรีกับสินค้าสุรา: จะเปิดหรือปิด. ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา วันที่ 31 สิงหาคม
นัดดาเนตร ชื่นวณิช. สถานการณ์การค้าเสรีในปัจจุบันกับสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผู้แทนจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สรุปการเสวนาค้าเสรีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความท้าทายต่อปัญหาทางสุขภาพและสังคมของประเทศไทย วันที่ 25 มกราคม 2553
Anderson P. (2004). The beverage alcohol industry’s social aspects organizations: a public health warning. Addiction; 99: 1376–77.
Baggott R. (2006). Alcohol strategy and the drinks industry A partnership for prevention? First published by the Joseph Rowntree Foundation pp1.
Casswell S, Thamarangsi T. (2009). Reducing harm from alcohol: call to action. The Lancet, Volume 373, Issue 9682, Pages 2247 - 2257, 27.
Editorial . (2007) . A Framework Convention on Alcohol Control, Editorial, the Lancet. www.thelancet.com. Vol 370 September 29.
Ősterberg E. (1993). Implications for monopolies of the European integration. Contemp Drug Probl; 20: 203-27.
Ősterberg E. (1993). Implications for monopolies of the European integration. Contemp Drug Probl; 20: 203-27.
Øystein Bakke. (2007). Developing countries: Promising new markets for the alcohol industry http://www.add-resources.org/developing-countries-promising-new-markets-for-the-alcohol-industry.451944-80613.html
McCreanor T, Casswell, S, Hill, L. (2000). ICAP and the perils of partnership. Addiction; 95: 179–85.
Ministry of Public Health. Burden of disease project (2005). Burden of diesease in Thailand. Nonthaburi, International Health Policy Program, Thailand.
Kelsey Jane (ed) (2010). No Ordinary Deal. Unmasking the Trans-Pacific Partnership Free Trade Agreement, Bridget Williams Books, Wellington.
Kelsey Jane. ‘Trans-Pacific Partnership as a Lynchpin of US Anti-China strategy’, http://web.me.com/jane_kelsey/Jane/TPPA.html
Kelsey Jane. Paper to the Global Alcohol Policy Conference, Bangkok, 15 February 2012, Faculty of Law, University of Auckland, New Zealand.
Room R. (2004). Disabling the public interest: alcohol strategies and policies for England. Addiction; 99: 1083–89.
Room R, Babor T, (2005). Alcohol and public health: a review. Lancet; 365:519-30.
Room R, Babor T. (2005). World Health Organization’s global action on alcohol: resources required to match the rhetoric. Addiction; 100: 579–80.
Smith S, Atkin C, Roznowski J. (2006). Are ‘drink responsibly’ alcohol campaigns strategically ambiguous? Health Commun; 20: 1–111.
World Health Organization. (2010). Draft Global Strategy to Reduce the Harmful Use of Alcohol. 1st ed. World Health Organization, editor. Geneva.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ