ความตระหนักของเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการในการควบคุมความปลอดภัย ของสารสนเทศห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คำสำคัญ:
ความตระหนัก, การควบคุมความปลอดภัยสารสนเทศ, ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดระดับความตระหนักและความรู้ความเข้าใจเพื่อเปรียบเทียบความตระหนักของเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติในการควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศของห้องปฏิบัติการ ระหว่างคุณลักษณะส่วนบุคคลและระดับความรู้ความเข้าใจ ในเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 92 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาวิจัย คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์โดย t- test และความแปรปรวนทางเดียว ANOVA
ผลการศึกษาวิจัย พบว่าข้อมูลทั่วไปของเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 77.2 เพศชายคิดเป็นร้อยละ 22.8 อายุการทำงานในห้องปฏิบัติการ ช่วง 1-5 ปี คิดเป็นร้อยละ 52.2 ช่วงมากกว่า 5 ปี คิดเป็นร้อยละ 47.8 ตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ คิดเป็นร้อยละ 43.5 ที่ไม่ใช่นักเทคนิคการแพทย์ คิดเป็นร้อยละ 56.5 การศึกษา ปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 59.8 สังกัดโรงพยาบาลทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 56.5 และโรงพยาบาลชุมชนคิดเป็นร้อยละ 43.5 และ ระดับความรู้ความเข้าใจคะแนนปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 46.7 เปรียบเทียบความสัมพันธ์ ระหว่างเพศ ช่วงอายุการทำงานในห้องปฏิบัติการ ตำแหน่งงาน และสังกัดโรงพยาบาล มีความสัมพันธ์กับความตระหนักการควบคุมความปลอดภัยของสารสนเทศของห้องปฏิบัติการ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การศึกษาและความรู้ความเข้าใจไม่มีความสัมพันธ์ทางสถิติ
ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยควรมีการกระตุ้นเจ้าหน้าที่ให้มีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ ถ่ายทอดประสบการณ์ และองค์ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นรากฐานของความตระหนัก
เอกสารอ้างอิง
จรวย สาวิถีและระดม เจือจันทร์. (2554). คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย. [Online]. Available: http://www.mtc.or.th/file_news/file1_18.pdf. (วันที่สืบค้น 20 เม. ย. 2559).
นวนรรน ธีรอัมพรพันธ์ และวรรษา เปาอินทร์. (2559). มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วย พ.ศ. 2559. พิมพ์ครั้งที่ 1. สำนักกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์.
นัยนา วัฒนศรีและวรรณิกา มโนรมณ์. มาตรฐานเทคนิคการแพทย์. (2555). พิมพ์ครั้งที่ 1. ศูนย์ ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ภายในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร.
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วย วิธีการแบบปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2553 (วันที่ 3 กันยายน 2553). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 127 ตอนที่ 53 ก หน้า 13.
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540. (10 กันยายน พ.ศ. 2540). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 114 ตอนที่ 46 ก/หน้า 1-10.
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับ ที่ 2) (4 ธันวาคม พ.ศ. 2544). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 118 ตอนที่ 112 ก/หน้า 26.
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560. (วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 ก ตอนที่ 134. หน้า 24-35.
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ 2550. (วันที่ 19 มีนาตม พ.ศ. 2560). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 125. ตอนที่ 16 ก. หน้าที่ 3.
พิชัย นิลทองคำ. (2558). ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1-6 อาญาข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม. บริษัทอฑิตยา มีเลียนเนียม จำกัด.
สิทธิพล จันทร์สว่าง. ความตระหนักถึงความเสี่ยงในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ ในองค์กรของบุคลากรในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2553.
Good, Carter V. (1973). Dictionary of Education. New York: Mc Graw Hill Book, Co, Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ