ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ

ผู้แต่ง

  • ณัฐพงศ์ ครองรัตน์
  • ณัฐพร ปวงคำ
  • ณัฐริกา ตาลป่า
  • รัชพล แสนศรี
  • เอวิกา สีปาน
  • จิรานุวัฒน์ แก้วโนกาศ
  • ธีรศักดิ์ ถวิลรักษ์
  • narong chaitiang คณะเเพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • รสรินทร์ แก้วตา

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการสูบบุหรี่/ นิสิต/ คณะวิศวกรรมศาสตร์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 160 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติไคสแควร์ และค่าสถิติ Fisher's Exact test

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 73.7 อายุ 22 ปี ร้อยละ 63.7  ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 ร้อยละ 100 มีที่พักอาศัยคือหอพักนอก ร้อยละ 93.7 มีโรคประจำตัว ร้อยละ 20.6 มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ร้อยละ 26.9  กลุ่มตัวอย่างสูบบุหรี่มีปริมาณการสูบ 1-5 มวนต่อวัน ร้อยละ 17.5 มีความรู้ ทัศนคติ ระดับสูง ร้อยละ 73.1, 56.2 มีการเรียนรู้และระดับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ระดับต่ำ ร้อยละ 57.5, 63.1 จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า โรคประจำตัว ประวัติการสูบบุหรี่ ปริมาณการสูบบุหรี่มวน/วัน ปัจจัยความรู้ ทัศนคติ และการเรียนรู้ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในระดับที่ p-value 0.001 ส่วนเพศ อายุ เงินที่ได้รับจากผู้ปกครองเฉลี่ยต่อรายสัปดาห์ ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ 

สรุปได้ว่าพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือมีความสัมพันธ์กับ โรคประจำตัว ประวัติการสูบบุหรี่ ปริมาณการสูบบุหรี่ ปัจจัยด้านความรู้ ทัศนคติ และการเรียนรู้ ดังนั้นสถาบันการศึกษาควรให้ความสำคัญในการลดพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ตลอดจนหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขมีความจำเป็นที่ต้องมีบทบาทในการรณรงค์เรื่องการลดพฤติกรรมการสูบบุรี่ให้เกิดน้อยที่สุดในสถาบันอุดมศึกษา

เอกสารอ้างอิง

นิยม จันทร์นวล และพลากร สืบสำราญ. (2559). สถานการณ์การสูบบุหรี่ของบุคลากรและ นักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภายใต้โครงการมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปลอดบุหรี่. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 18 (2), 1-10.

ประภาพร ดองโพธิ์ และนรลักษณ์ เอื้อกิจ. (2561). ปัจจัยทำนายการเลิกสูบบุหรี่ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ.วารสารธรรมศาสตร์เวชสาร, 18 (1), 40-50.

ปฏิภาณ วิปัดทุม และคณะ. (2561). การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของวัยทำงานในจังหวัดพะเยา. วารสารสาธารณสุขน่าน, 1(2), 63-74.

ปริวัตร ปาโส และคณะ. (2560). พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ปัตตานี, วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 11(1), 113-119.

วารีพร ชูศรี จุฑามาศ พรหมมนตรี และบุตรี บุญโรจน์พงศ์.(2561)การเข้าถึงยาสูบ การรับรู้และการปฏบิ ตัิตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสบูของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้จำหน่ายบุหรี่รอบเขตมหาวิทยาลัยหาดใหญ่.วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข, 4(2) พฤษภาคม–สิงหาคม 2561.หน้า 179-193.

ศศิธร ชิดนายี และวราภรณ์ ยศทวี. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นจังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์, 10 (1), 83-93.

ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ.(2562).ประกาศปฏิญญา "สร้างบ้านปลอดบุหรี่" ลดป่วยตายทั้งที่ไม่ได้สูบเอง.การประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18, available from https://www.trc.or.th/th/ข่าวสารข่าวสารบุหรี่/290-ประกาศปฏิญญา-สร้างบ้านปลอดบุหรี่-ลดป่วยตายทั้งที่ไม่ได้สูบเอง.html

สุทธนู ศรีไสย์. (2551). สถิติประยุกต์สำหรับงานวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. หน้า 132-133.

อัศวศิริ ลาปีอี และคณะ.(2560).ความสัมพันธระหวางการรับรูและอิทธิพลจากสื่อกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเยาวชนในระดับอาชีวศึกษาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้.วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข, 3 (3) กันยายน – ธันวาคม 2560.หน้า 321-340

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-01-04

รูปแบบการอ้างอิง

ครองรัตน์ ณ., ปวงคำ ณ., ตาลป่า ณ., แสนศรี ร., สีปาน เ., แก้วโนกาศ จ., ถวิลรักษ์ ธ., chaitiang, narong, & แก้วตา ร. (2020). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข, 6(1), 55–71. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/218236

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ