มาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัดโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
คำสำคัญ:
มาตรฐาน/การพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัดบทคัดย่อ
การปฏิบัติงานบริการผู้ป่วยผ่าตัดที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรฐานทางการพยาบาลห้องผ่าตัด และเพื่อศึกษาการประเมินตนเองของบุคลากรห้องผ่าตัดเกี่ยวกับมาตรฐานการบริการพยาบาลห้องผ่าตัดโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ตามมาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดในโรงพยาบาล สำนักการพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 ประชากรในการวิจัย คือ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ทั้งหมด 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้คือแบบประเมินตนเองสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาพบว่า การประเมินตนเองของพยาบาลห้องผ่าตัด 32 คน เกี่ยวกับมาตรฐานการบริการพยาบาลห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เมื่อพิจารณาการปฏิบัติงานของพยาบาลผ่าตัดที่ได้ทำการศึกษาตามมาตรฐานการบริการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด 9 มาตรฐาน ตามมาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล สำนักการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ ปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2550 พบว่า พยาบาลผ่าตัด มีการประเมินตนเองผ่านเกณฑ์มาตรฐานเฉลี่ยเท่ากับ 40.66 ข้อ คิดเป็นร้อยละ 78.19 เมื่อพิจารณาในรายมาตรฐานแล้วพบว่าพยาบาลผ่าตัดมีการประเมินตนเองผ่านเกณฑ์มาตรฐานมากที่สุดในมาตรฐานที่ 3 การพยาบาลระยะหลังผ่าตัด ถึงร้อยละ 91.67 รองลงมาคือ มาตรฐานที่ 8 การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ร้อยละ 90.67 และพบว่าพยาบาลผ่าตัดมีการประเมินตนเองผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้อยที่สุดในมาตรฐานที่ 5 การสร้างเสริมสุขภาพ ร้อยละ 50 รองลงมาคือ มาตรฐานที่ 6 การคุ้มครองภาวะสุขภาพร้อยละ 67.67 และทดสอบความสัมพันธ์ระหว่าง คุณลักษณะส่วนบุคคลกับมาตรฐานการบริการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด พบว่า คุณลักษณะส่วนบุคคลกับมาตรฐานการบริการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด ในโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ได้แก่ เพศ อายุ ตำแหน่งปฏิบัติงาน ระดับการศึกษา ประสบการณ์การทำงานในโรงพยาบาล ประสบการณ์ทำงานในห้องผ่าตัด การอบรมเฉพาะทาง ไม่มีความสัมพันธ์กับมาตรฐานการบริการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
ธนิดา ฤกษ์จิรัฐติกาล. วิวัฒนาการบทบาทห้องผ่าตัดในประเทศสหรัฐอเมริกา. วารสารชมรมพยาบาลห้องผ่าตัดแห่งประเทศไทย การประชุมประจำปีครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมคริสตัสบอลรูม โรงแรมตะวันนารามาดา กรุงเทพมหานคร. 28-29 มิถุนายน. 1-3, 2540.
รัตนา เพิ่มเพ็ชรและเบญจมาภรณ์ บุตรศรีภูมิ. (2559). บทบาทของพยาบาลห้องผ่าตัด: การให้ข้อมูลในการเยี่ยมผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัด. รามาธิบดีพยาบาลสาร. 9-20.
เรณู อาจสาลี. (2550). การพยาบาลผู้ที่มารับการผ่าตัด. กรุงเทพฯ:หจก.เอ็น ที เพรส.
วิภาดา ช้างแก้ว (2551) การสร้างมาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยในห้องผ่าตัด รายงานการศึกษาอิสระปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน). (2561). มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับที่ 4. นนทบุรี:สำนักพิมพ์ บริษัทหนังสือดีวัน จำกัด.
ศรีผาสุข พึ่งศรีเพ็ง (2560) การปฏิบัติตามมาตรฐานทางการพยาบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤติ. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข, 3(2) หน้า 180-192
สํานักการพยาบาลกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2550). มาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล.(พิมพ์ครั้งที่ 2) นนทบุรี: โรงพิมพ์องค์ การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
หนึ่งอนงค์ สารสมัคร. (2560). การปฏิบัติงานของพยาบาลผ่าตัดตามมาตรฐานการบริการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดในโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง. ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพฯ.
อุษาวดี อัศดรวิเศษ. (2547). การปฏิบัติบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ในการพยาบาลปริศัลยกรรม. วารสารพยาบาลห้องผ่าตัดแห่งประเทศไทย, ปีที่ 9 ,4-8.
American Nurses Association. Standard of Clinical Nursing Practice. Washington, D.C.: American Nurses Publishing; 1991.
Association of perioperative Registered Nurses (AORN). Standards of perioperative nursing. In: AORN. Perioperative standards and recommended practices Denver (CO): AORN; 2009.
Boud, D. & Falchikov, N. (1989). “Quantitative studies of student self-assessment in higher education:a critical analysis of findings,” Higher Education. 18: 529-549.
Meson EJ. How to write meaningful Nursing standards. New York: John Wieley & Sons; 1994.
Nicholls, M.E. & Wessells, V.G. (1997). Nursing standards & nursing process. Wakefield, Mass:
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ