ประสิทธิผลการดำเนินงานป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ในเขตสุขภาพที่ 6
คำสำคัญ:
โรคติดเชื้อไวรัสซิกา, กระบวนการบริหาร, เขตสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง (Cross-Sectional Survey Research) วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ในเขตสุขภาพที่ 6 กลุ่มตัวอย่าง คือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหรือสถานีอนามัย ที่รับผิดชอบงานป้องกันและควบคุมโรค จำนวน 225 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วย สถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Binary Logistic Regression
ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในเขตสุขภาพที่ 6 ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล หรือสถานีอนามัย ที่รับผิดชอบงานป้องกันและควบคุมโรค อยู่ในระดับบรรลุเป้าหมายน้อย ร้อยละ 42.78 บรรลุเป้าหมายมาก ร้อยละ 57.22 พื้นที่ดำเนินงานควบคุมโรคติเชื้อไวรัสซิกา อยู่ในเขตเทศบาลร้อยละ 27.80 อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ร้อยละ 72.20 และกระบวนการบริหาร กำลังคน งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 73.81(S.D.=18.801), 2.04(S.D.=1.385), 1.71 (S.D.=1.333), 16.33 (S.D.=5.953) ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์อิทธิพลของเขตการปกครองส่วนท้องถิ่น กระบวนการบริหาร กำลังคน งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ กับประสิทธิผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ผลการทดสอบพบว่า สมการประสิทธิผลมีขนาด Cox & Snell R Square เท่ากับ 0.260 และ Nagelkerke R Square เท่ากับ 0.949 กระบวนการบริหาร กำลังคน มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เท่ากับ 1.043 เท่า 1.909 เท่า ตามลำดับ
ข้อเสนอแนะควรให้ความสำคัญต่อกระบวนการบริหาร และปัจจัยด้านกำลังคนในการดำเนินงาน โดยการบูรณาการร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2560). ยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกา. นนทบุรี : กระทรวงสาธารณสุข.
กระทรวงสาธารณสุข. (2559). แนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย และดูแลรักษา โรคติดเชื้อไวรัสซิกาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่ 3. นนทบุรี:บริษัท บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์ จำกัด.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. (2562). แนวทางการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในระดับพื้นที่ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. เทศบาล)และกระทรวงสาธารณสุข (รพ.สต.). นนทบุรี : กระทรวงสาธารณสุข.
ณัฐพงษ์ ศิลาเหลือง. (2556).ปัจจัยทางการบริหารที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของนักวิชาการสาธารณสุขในจังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุข บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2559).การจัดการสมัยใหม่.พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ : ทริปเพิ้ลกรุ๊ป.
บุญประจักษ์ จันทร์วิน. (2557).ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานตามมาตรฐานการเฝ้าระวังโรคทางระบาดวิทยาของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดนครศรีธรรมราชวิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเอกบริหารสาธารณสุข สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
รัตนา ยอดอานนท์ (2556). ประสิทธิผลการดำเนินงานตามมาตรฐานการบริการ ตามโครงการ
ระบบการดูแล ใกล้บ้านรักษาเบาหวานใกล้ใจ เครือข่ายปฐมภูมิปากช่อง.วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสุขภาพชุมชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วรพจน์ พรหมสัตยพรต. (2550). การบริหารงานสาธารณสุขท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.
วิเชียร วิทยอุดม. (2550).องค์การและการจัดการ. กรุงเทพมหานคร: บริษัทธนธัชการพิมพ์ จำกัด.
สำนักงานเขตสุขภาพที่ 6. (2559). ข้อมูลพื้นฐานสถานะสุขภาพ และสภาพปัญหาของพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน, 2560, จาก เวปไซต์เขตสุขภาพที่ 6 : เข้าถึงได้จาก http://region6.cbo.moph.go.th/Region_6/all_data.php.
สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค. (2559).คู่มือการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข. (พิมพ์ครั้งที่ 1). นนทบุรี : สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.
สุภาพร เกษร. (2557).ปัจจัยทางการบริหารที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) เครือข่ายระดับตำบล จังหวัดเพชรบูรณ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุข บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อำพล สามสี. (2559).ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการดำเนินงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาตามแนวทาง ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว เครือข่ายระดับตำบล อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี.วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, วิชาเอกบริหารสาธารณสุข สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ