มาตรการควบคุมมอร์ฟีนของสถานพยาบาล
คำสำคัญ:
มาตรการควบคุมมอร์ฟีน, ควบคุมมอร์ฟีน, ควบคุมยากลุ่มโอปิออยด์บทคัดย่อ
มอร์ฟีนเป็นยาในกลุ่มโอปิออยด์ หรืออนุพันธ์ของฝิ่น ซึ่งนิยมนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยมีสรรพคุณในการระงับอาการปวด หากแต่มอร์ฟีนมีสถานะเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 จึงต้องมีมาตรการในการควบคุมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันมิให้มอร์ฟีนที่ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหาในการควบคุมมอร์ฟีนของสถานพยาบาล โดยวิธีดำเนินการวิจัยเป็นการค้นคว้าจากเอกสารทางวิชาการ หนังสือ วารสาร งานวิจัย บทความ ข้อมูลทางวิชาการที่ปรากฏอยู่ในรูปของสื่ออิเล็กทรอนิกส์และเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ตลอดจนเสนอแนะมาตรการควบคุมมอร์ฟีนของสถานพยาบาลให้มีความเหมาะสม
ผลการวิจัย พบว่า ปัญหาในการควบคุมมอร์ฟีนของสถานพยาบาล ได้แก่ ปัญหาการจัดเก็บและการเบิกจ่ายมอร์ฟีน เนื่องจากมอร์ฟีนที่ถูกเก็บรักษาไว้ในสถานพยาบาลอาจเกิดการสูญหายหรือถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้, ปัญหาการสำรองมอร์ฟีนในด้านรูปแบบและปริมาณของมอร์ฟีนซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากสถานพยาบาลไม่สามารถสำรองมอร์ฟีนได้ทุกรูปแบบ และปัญหาการยืมมอร์ฟีนระหว่างสถานพยาบาลซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากมอร์ฟีนเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 2 ทำให้ไม่สามารถให้ยืมระหว่างสถานพยาบาลได้
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ในการจัดเก็บมอร์ฟีนนั้นสถานพยาบาลควรจัดให้มีตู้เก็บยาเสพติดเฉพาะ มีความมั่นคงปลอดภัย ใส่กุญแจ กำหนดผู้รับผิดชอบและกำหนดช่วงเวลาที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยในการเบิกจ่ายมอร์ฟีนแต่ละครั้งต้องมีการแนบใบสั่งจ่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 หรือแบบ ย.ส.5 ที่สั่งจ่ายและลงนามโดย แพทย์ ทันตแพทย์ หรือสัตวแพทย์, ในการสำรองมอร์ฟีนหากสถานพยาบาลไม่สามารถสำรองมอร์ฟีนได้ทุกรูปแบบให้สถานพยาบาลกำหนดรายการมอร์ฟีนที่จำเป็นสำหรับสถานพยาบาลของตน และกำหนดปริมาณมอร์ฟีนสำรองขั้นต่ำที่จะจัดซื้อ และในการยืมมอร์ฟีนระหว่างสถานพยาบาลนั้นตามกฎหมายไม่สามารถกระทำได้ แต่สถานพยาบาลอาจนำใบสั่งจ่ายยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 2 ไปรับยาจากสถานพยาบาลอื่นแทนผู้ป่วยได้
เอกสารอ้างอิง
กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. (2556). คู่มือแนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับการมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์หรือการจำหน่ายยาเสพติดที่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
กองบริหารการสาธารณสุข สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (2561). แนวทางการบริหารจัดการระบบยาในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Palliative Care) ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดโรงพยาบาลศิริราช. (2560). Hight Alert Drug คู่มือการใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: โรงพยาบาลศิริราช.
“ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ที่ผู้อนุญาตจะอนุญาตให้จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558,” ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 132 ตอนพิเศษ 193 ง (21 สิงหาคม 2558), หน้า 6. และบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ที่ผู้อนุญาตจะอนุญาตให้จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558.
“ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่องบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2562,” ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 136 ตอนพิเศษที่ 95 ง (17 เมษายน 2562), หน้า 8. และภาคผนวก 1 รายการยาในบัญชียาสำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขตามบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2562.
“พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522,” ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 96 ตอนที่ 63 (22 เมษายน 2522), หน้า 40-49.
สำนักพัฒนาวิชาการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2547). แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาความปวดจากมะเร็ง. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
U.S. FDA. (2011). Highlights of prescribing information. Retrieved February 10, 2020. from https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2011/202515s000lbl.pdf.
World Health Organization. (1986). Cancer pain relief. Switzerland: World Health Organization.
World Health Organization. (2018). Management of substance abuse. Retrieved February 9, 2020. from https://www.who.int/substance_abuse/information-sheet/en/.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ