ปัจจัยที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการนำองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย มาให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ จังหวัดฉะเชิงเทรา

ผู้แต่ง

  • กิตติธร ปานเทศ Budhasothorn Hospital, Chachoengsao Province, Thailand

คำสำคัญ:

องค์ความรู้การแพทย์แผนไทย, ยาสมุนไพร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการสำรวจแบบภาคตัดขวาง ศึกษาพฤติกรรมการนำองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยมาให้บริการสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุขปฐมภูมิ จังหวัดฉะเชิงเทรา  เพื่อสำรวจและหาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการนำองค์ความรู้ฯมาใช้ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ บุคลากรสาธารณสุขปฐมภูมิ จำนวน 198 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล  ได้รับแบบสอบถามคืน ร้อยละ 96 จาก 11 อำเภอ หน่วยบริการ 118 แห่ง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติไคสแควร์ และ Binary Logistic Regression 

            ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  ได้แก่ 1) ปัจจัยการรับรู้ คือ การรับรู้ประโยชน์ของการแพทย์แผนไทย 2) ปัจจัยการยอมรับคือ การยอมรับแนวคิดของการแพทย์แผนไทย  3) ปัจจัยส่วนบุคคล คือ อายุในช่วง 20-29 ปี  ตำแหน่งงาน การเคยได้รับการฝึกอบรมมาก่อน

            สรุปได้ว่า การทำให้บุคลากรสาธารณสุขปฐมภูมิมีพฤติกรรมการนำองค์ความรู้ฯมาใช้มากขึ้น ควรจัดการฝึกอบรมให้ความรู้ ที่การกระจายในทุกตำแหน่งงาน เลือกในช่วงอายุ 20- 29 ปีเป็นลำดับแรก  โดยควรวางพื้นฐานวิธีคิดตามองค์ความรู้ฯ อย่างเป็นเหตุเป็นผล  นำเสนอประโยชน์ในเชิงลึกมากขึ้น สร้างแนวทางการใช้ยาสมุนไพรทดแทน ฯ โดยแบ่งกลุ่มตามรสยา

เอกสารอ้างอิง

Johny, A. K., W. L. Cheah and S. Razitasham (2017). "Disclosure of Traditional and Complementary Medicine Use and Its Associated Factors to Medical Doctor in Primary Care Clinics in Kuching Division, Sarawak, Malaysia." Evid Based Complement Alternat Med 2017: 5146478.

Sharp, D., A. Lorenc, G. Feder, P. Little, S. Hollinghurst, S. Mercer and H. MacPherson (2018). "'Trying to put a square peg into a round hole': a qualitative study of healthcare professionals' views of integrating complementary medicine into primary care for musculoskeletal and mental health comorbidity." BMC Complement Altern Med 18(1): 290.

Thomas Sullivan. (2018). "Modern Medicine vs. Alternative Medicine: Different Levels of Evidence." from https://www.policymed.com/2011/08/modern-medicine-vs-alternative-medicine-different-levels-of-evidence.html.

Weinstein, A. R., M. C. Dolce, M. Koster, R. Parikh, E. Hamlyn, A. M. E, A. Carlson and M. V. DiVall (2018). "Integration of systematic clinical interprofessional training in a student-faculty collaborative primary care practice." J Interprof Care 32(1): 104-107.

WHO (2019). WHO global report onf traditional and complementary medicine 2019. Geneva, World Health Organization.

Yadav, U. N., J. Lloyd, H. Hosseinzadeh, K. P. Baral, S. Dahal, N. Bhatta and M. F. Harris (2020). "Facilitators and barriers to the self-management of COPD: a qualitative study from rural Nepal." BMJ Open 10(3): e035700.

โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ (2557). "นโยบายการพัฒนาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกในการเข้าสู่ประคมอาเซียน." สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

ณัฎฐิญา ค้าผล. และคณะ (2554). ความคิดเห็นของบุคคลากรสาธารณสุขต่อยาสมุนไพรและนโยบายการส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรในสถานบริการสาธารณสุขในโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ. นนทบุรี, เดอะ กราฟิโก ซิสเต็มส์.

นครชาติ เผื่อนปฐม (2554). ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิที่ส่งผลสัมฤทธิ์ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. มหาบัญฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ประพจน์ เภตรากาศ.และคณะ (2559). สรุปรายงาน งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 3 วันที่ 30 สิงหาคม-3 กันยายน 2559 นนทบุรี, สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การทหารผ่านศึก.

เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ (2550). ประวัติ วิวัฒนาการและการประยุกต์ใช้การแพทย์แผนไทย. นนทบุรี, มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา.

วรรณา ดำเนินสวัสดิ์.และถาวร ล่อกา (2561). "การพัฒนารูปแบบการบูรณาการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนปัจจุบันในการดูแลสุขภาพประชาชนของสถานพยาบาลของรัฐในพื้นที่จังหวัดลำปาง." วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ 11(1 ): 126-133.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-08-20

รูปแบบการอ้างอิง

ปานเทศ ก. (2021). ปัจจัยที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการนำองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย มาให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ จังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข, 7(3), 397–409. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/250853

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ