ภาวะผู้นำของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำพยาบาลวิชาชีพ, การรับรู้คุณลักษณะงาน, การรับรู้บรรยากาศองค์กรบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจเพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำของพยาบาลวิชาชีพและวิเคราะห์อิทธิพลระหว่างการรับรู้คุณลักษณะงานและบรรยายกาศองค์กรกับภาวะผู้นำของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในฝ่ายการพยาบาลเต็มเวลาอย่างน้อย 1 ปี ในโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดลแห่งหนึ่งจำนวน 330 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม
ผลการวิจัยพบว่า ระดับภาวะผู้นำของพยาบาลวิชาชีพภาพรวมอยู่ในระดับมาก ปัจจัยที่มีผลต่อกับภาวะผู้นำพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่ากลุ่มตัวแปรการรับรู้คุณลักษณะงานและกลุ่มตัวแปรบรรยายองค์กรได้แก่ ความมีอิสระในการปฏิบัติงาน(Beta=0.323) วัฒนธรรม (Beta=0.202) ความมีเอกลักษณ์ของงาน(Beta=0.166) ความหลากหลายของงาน (Beta=0.136 โครงสร้าง (Beta=0.130 และสภาพแวดล้อม (Beta=0.085) มีอิทธิพลต่อภาวะผู้นำพยาบาลวิชาชีพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติซึ่งส่งผลทางบวกกับภาวะผู้นำพยาบาลวิชาชีพในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดลได้ร้อยละ 58.2
การวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะคือ ผู้บริหารควรให้กลุ่มงานพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติงานโดยมีอิสระตัดสินใจเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการปฏิบัติงานตามความเหมาะสมเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบด้วยตนเองภายใต้ขอบเขตวิชาชีพ
เอกสารอ้างอิง
ฉันทวรรณ เอ้งฉ้วน (2560). อิทธิพลของความมีอิสระในการทำงานกับบุคลิกภาพด้านเปิดประสบการณ์ และบุคลิกภาพด้านสำนึกในหน้าที่และการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีต่อประสิทธิผลการทำงานของอาจารย์มหาวิทยาลัยในจังหวัดชุมพร.วารสารอิเล็กทรอนิกส์การเรียนรู้ทางไกลเชิงนวัตกรรม, 7 (1) :มกราคม-มิถุนายน 2560.
ปิยรัตน์ วัฒนา (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของหัวหน้าหอผู้ป่วยการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับการปฏิบัติงานของพยาบาลโรงพยาบาลเอกชนกรุงเทพมหานคร.วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต,สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล,บัณฑิตวิทยาลัย,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พันทิวา สุพัฒนาภรณ์ (2556). ภาวะผู้นำที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมองค์กร กรณีบริษัท ไทยอกริฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน). วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
รุ่ง โอชารส (2559).ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและวัฒนธรรมองค์การที่มิอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีของบุคลากรโรงพยาบาลชุมชนในเขตตรวจราชการที่3กระทรวงสาธารณสุข, 17(3): กันยายน-ธันวาคม 2559.
ศุภลักษณ์ พรมศร (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมในการทำงานการรับรู้รูปแบบภาวะผู้นำของพนักงาน ความผูกพันในงานกับความพึงพอใจในงาน.วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต,สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ,บัณฑิตวิทยาลัย,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศิวพร โปรยานนท์ (2554). พฤติกรรมของผู้นำและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งผลต่อความสร้างสรรค์ในงานของบุคลากร กรณีศึกษา องค์การธุรกิจไทยที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยมปี 2552. วารสารพัฒนบริหารศาสตร์, 52 (3).
สภาการพยาบาล (2553). พระราชบัญญัติวิชาชีพ การพยาบาลและผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพฯ: ศิริยอดการพิมพ์.
สมคิด บางโม (2550). องค์การและการจัดการ. พิมพ์ครั้งที่ 4.กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.
สุมณทิพย์ สามิภักดิ์ (2557). การศึกษาความสัมพันธ์ของโครงสร้างองค์การกับพฤติกรรมที่แสดงถึงความพึงพอใจในการทำงานและระดับความสุขของพนักงาน: กรณีศึกษา พนักงานในบริษัทในพื้นที่แขวงสีลม. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต,สาขาวิชาบริหารธุรกิจ, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยลัยธรรมศาสตร์.
สุพานี สฤษฏ์วานิช (2552). พฤติกรรมองค์การสมัยใหม่: แนวคิดและทฤษฎี. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Denison, Daniel R. (1990). Corporate Culture and Organization Effectiveness. New York: John Wiley and Sons.
Hackman,J.R., Oldham, G.R.(1980). Work redesign. Masachuset: Addison-Wesley Publishing Company.
Karl-Erik Sveiby (2001) A Knowledge-based Theory of the Firm to guide Strategy Formulation. Journal of Intellectual Capital 2 (4).
Laura Molester (1999). Professional Accountability and Legal Liability for the Team Leader and Charge Nurse. Journal of Obstetric, Gynecologic & Neonatal Nursing: Volume 28 Issue 3.
Litwin, G.H.,& Stringer,R.A. (1968) Motivation and Organizational Climate Boston: Division of Research Harvard Business School.
Moradi M (2016). An analysis 0f the transformational leadership theory. Journal of fundamental and Applied Sciences.
Pear cell, J. A. (2007). Strategic management. New York: McGraw-Hill Irwin.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ