การรับรู้ความมั่นคงทางสุขภาพของผู้ใช้บริการหลักประกันสังคม: กรณีศึกษาโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง
คำสำคัญ:
การรับรู้ความมั่นคงทางสุขภาพ, หลักประกันสังคมบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความมั่นคงทางสุขภาพ ปัจจัยด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล สถานะทางสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคมที่มีความสัมพันธ์ และปัจจัยทำนายด้านคุณภาพบริการ และการรับรู้ด้านสิทธิประโยชน์จากหลักประกันสังคม 7 กรณีต่อการรับรู้ความมั่นคงทางสุขภาพของผู้ใช้บริการหลักประกันสังคมโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ใช้บริการหลักประกันสังคมโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งแผนกผู้ป่วยนอกคลินิกปกติในเวลาจำนวน 383 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2563 ถึง 31 มีนาคม 2563 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติไคสแคว์ และสถิติถดถอยพหุคูณ
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ใช้บริการหลักประกันสังคมโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งมากกว่าครึ่งเป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 37 ปี สถานภาพสมรส มีสถานภาพการทำงานแบบงานประจำ และจ่ายจำนวนเงินสมทบ 401–600 บาทต่อเดือน ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา รองลงมากคือระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า อาชีพหลักคือพนักงานบริษัทเอกชน มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 15,000 บาท ระยะเวลาในการเป็นผู้ประกันตนมากกว่า 10 ปี จำนวนครั้งในการรับสิทธิประโยชน์ทดแทนทั้ง 7 กรณีในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา 0 ครั้ง โดยกลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ระดับความมั่นคงทางสุขภาพในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 3.65) ซึ่งอาชีพหลัก และจำนวนเงินสมทบมีความสัมพันธ์กับการรับรู้ความมั่นคงทางสุขภาพของผู้ใช้บริการหลักประกันสังคมโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง (p-value<0.05) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และคุณภาพบริการ การรับรู้ด้านสิทธิประโยชน์จากหลักประกันสังคม 7 กรณี สามารถทำนายการรับรู้ความมั่นคงทางสุขภาพของผู้ใช้บริการหลักประกันสังคมโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง ได้ร้อยละ 30.6 (= 0.306, p<0.001) โดยคุณภาพบริการสามารถทำนายการรับรู้ความมั่นคงทางสุขภาพได้มากที่สุด (Beta = .485, p<0.001) รองลงมาคือ การรับรู้ด้านสิทธิประโยชน์จากหลักประกันสังคม 7 กรณี (Beta = .262, p<0.001) ดังนั้น ผู้บริหารควรเน้นสนับสนุนคุณภาพบริการและการรับรู้ด้านสิทธิประโยชน์จากหลักประกันสังคม 7 กรณี แก่ผู้ใช้หลักประกันสังคมที่มาใช้บริการผ่านทางนโยบายเชิงกลยุทธ์สู่ผู้ปฏิบัติงาน
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2558). รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2558. ค้นเมื่อ 10 พ.ย. 2562, จาก: http://infofile.pcd.go.th/mgt/ThailandPollut2558_Final.pdf?CFID=1652446&CFTOKEN=92484601.
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2561). ความมั่นคงของมนุษย์ประเทศไทย ปี 2559. กลุ่มการพัฒนามาตรฐานทางสังคม กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กระทรวงแรงงาน. (2558). คู่มือสำหรับประชาชนตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558. นนทบุรี.
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2560). สถิติสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ.
กลุ่มงานสถิติและคณิตศาสตร์ประกันภัย กองวิจัยและพัฒนา สำนักงานประกันสังคม. (2560). รายงานประจำปี2560. ร้านโชคอนันต์ ซัพพลาย.
“กฎกระทรวง กำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2555,” ราชกิจจานุเบกษา129 (13 มกราคม 2555), หน้า17-21.
ธานี ขามชัย. (2562). การพัฒนาระบบบริการสุขภาพของโรงพยาบาลรัฐเพื่อความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชน: ศึกษากรณีเครือข่ายบริการสุขภาพจังหวัดชลบุรี. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย. ปีที่ 11. ฉบับที่ 1. หน้า163-189.
“พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545,” ราชกิจจานุเบกษา 119 (2 ตุลาคม 2545), หน้า19-20.
ไพบลูย์ วัฒนศิริธรรม. (2546). อะไรนะ…”ความมั่นคงของมนุษย์”. หน้า 2-3. การสัมมนาวิชาการประจำปี 2546. ชลบุรี: โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน.
“รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540,” ราชกิจจานุเบกษา 114 (11 ตุลาคม 2540) หน้า 17
ศิริพร แสงศรีจันทร์, ปะราลี โอกาสนันท์, มลฤดี เกศหอม. (2561). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความมั่นคงด้านสุขภาพของผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรังไม่ติดต่อในจังหวัดพะเยา. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. ปีที่ 36. ฉบับที่ 3. หน้า117-126.
สุทธิลักษณ์ ตั้งกีรติชัย, จีระนันท์ แกล้วกล้า. (2552). การเข้ารับบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลของผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารศูนย์บริการวิชาการ. ปีที่17. ฉบับที่ 1-4. หน้า50-55.
สังคม ศุภรัจนกุล, ดุษฏี อายุวัฒน์, พีระศักดิ์ ศรีฤาชา. (2552). กระบวนการความมั่นคงด้านสุขภาพของครอบครัวชนบทในจังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารวิจัยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ปีที่2. ฉบับที่ 2. หน้า1-12.
สุชาติ เปรมสุริยา, จุฬารัตน์ วัฒนะ. (2560). แนวทางการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์. ปีที่ 32. ฉบับที่ 1. หน้า 51-57.
สุเนตรา ธีรเสนี, เล็ก สมบัติ. (2560). การวางแผนเพื่อการเกษียณของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม. วารสารสังคมภิวัฒน์. ปีที่ 9. ฉบับที่ 2. หน้า 13-25.
สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2547). รายงานการศึกษาฉบับสมบรูณ์ โครงการการศึกษาและพัฒนามาตรฐานและตัวชี้วัดความมั่นคงของมนุษย์. ค้นเมื่อ 27 ก.ย. 2562, จากhttps://www.humanitarianlibrary.org/sites/default/files/2014/02/report_human_security.pdf.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2562). สถานการณ์การดำเนินงานด้านการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs). นนทบุรี: สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานประกันสังคม. (2562). จำนวนสถานประกอบการและสาขา/ นายจ้างและผู้ประกันตน /ลูกจ้าง จำแนกตามรายจังหวัด ณ ม.ค. 2562. ค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2562, จากhttps://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/a97a2945c2538725f5036d33b789cbd1.pdf
สำนักงานประกันสังคม. (2561). จำนวนสถานประกอบการและสาขา/ นายจ้างและผู้ประกันตน /ลูกจ้าง จำแนกตามรายจังหวัด ณ ม.ค. 2561. ค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2562, จากhttps://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/5d22095dea1416ac068bbac0265dafde.pdf
อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล บรรณาธิการ. (2561). HA UPDATE 2018. นนทบุรี: สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน).
International Labour Organization. Social Security (Minimum Standards) Convention. Indonesia; 2008.
UNDP. (2012). human Security. Retrieved Sep 25, 2019, fromhttp://hdr.undp.org/sites/default/files/human_security_guidance_note_r-nhdrs.pdf
United Nations Trust Fund for Human Security. (2016). Human Security Handbook. New York.
World Health Organization. (2007). The world health report 2007 Global Public Health Security in the 21st Century A safer future. France.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ