ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเป็นไปได้ด้านความต้องการของศัลยแพทย์ ในการนำมาใช้ของระบบทะเบียนผู้ป่วยที่ใช้เครื่องมือแพทย์เต้านมเทียมซิลิโคน ใช้ฝังในร่างกายของประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • พัชราภรณ์ นนทสวัสดิ์ Food and Drug Administration

คำสำคัญ:

ความเป็นไปได้ด้านความต้องการ, เครื่องมือแพทย์เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย, ระบบทะเบียนผู้ป่วย, ศัลยแพทย์

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณาแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับของความเป็นไปได้ ด้านความต้องการของศัลยแพทย์ ในการนำมาใช้ของระบบทะเบียนผู้ป่วยที่ใช้เครื่องมือแพทย์เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย และเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเป็นไปได้ ด้านความต้องการของศัลยแพทย์ ในการนำมาใช้ของระบบทะเบียนผู้ป่วยที่ใช้เครื่องมือแพทย์เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกายของประเทศไทยโดยการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างศัลยแพทย์ ในสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย จำนวน 160 คน ส่งแบบสอบถามออนไลน์ ผู้ตอบแบบสอบถามประเมินโดยตนเอง ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป การประเมินความเป็นไปได้ ด้านความต้องการของศัลยแพทย์ การยอมรับ ความครอบคลุม ความพร้อม แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถิติพื้นฐานที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Logistic regression มีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05

ผลการวิจัยพบว่า ศัลยแพทย์ประเมินการยอมรับ ระดับสูง (ร้อยละของคะแนนเฉลี่ย 93.19) ความครอบคลุม ระดับต่ำ  (ร้อยละของคะแนนเฉลี่ย 44.00) ความพร้อม ระดับสูง (ค่าเฉลี่ย 37.50, S.D.0.51) แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ระดับสูง (ค่าเฉลี่ย 18.86, S.D.0.60) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระดับสูง (ค่าเฉลี่ย 18.81, S.D.0.52). ผลการวิเคราะห์ Logistic Regression พบว่า ปัจจัย การยอมรับ ความครอบคลุม ความพร้อม แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเป็นไปได้ ด้านความต้องการของศัลยแพทย์ในการนำมาใช้ของระบบทะเบียนผู้ป่วยที่ใช้เครื่องมือแพทย์เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกายของประเทศไทย ได้ร้อยละ 83.7

ผู้กำหนดนโยบายสามารถใช้ผลการศึกษาวิจัยเพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือแพทย์เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกายของประเทศไทย และสามารถศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับนโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค

เอกสารอ้างอิง

มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์. (2558). การประเมินผลโครงการสุขศึกษาและส่งเสริมคุณภาพ. วารสารสุขศึกษาปีที่ 38 ฉบับที่ 131. 2558:1-179.

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ฉบับที่ 2). (2564). พระราชกฤษฎีกา. [Internet]. [cited 8 May 2021]. Available from: http://www.krisdika.go.th

Bowen D.J., Kreuter M., Spring B., Cofta-Woerpel L., Linnan L.,Weiner D., Bakken S., et al. (2009).How We Design Feasibility Studies. American Journal of Preventive Medicine.; 36(5): 452-7.

Daniel WW. (2010). Biostatistics: a foundation for analysis in the health sciences: 5thed. New York: John Wiley and Son.

Good, C.V. (1973). Dictionary of Education. New York: McGraw-Hill. Herzberg F Mausner B and Snyderman B.The Motivation to work . (2nd ed.).

ISAPS. (2016). Plastic Surgery Statistics Global Plastic Surgery Statistics. [Internet]. [cited 1 July 2016] Available from: https://www.isaps.org/medical-professionals/isaps-global-statistics/.

Knight R et al. (2016). Epidemiology and risk factors for Breast implant-associated anaplastic large cell lymphoma (BIA-ALCL) in Australia & New Zealand. Plastic & Reconstructive Surgery Global Open 2016;4(9S)82-83.

Simpson M, R Buckman, M Stewart, P Maguire, M Lipkin, D Novack, and J Till. (1991). Doctor-Patient Communication the Toronto consensus statement. [Internet].[cited 1991 Nov 30]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC1671610/

Swerdlow SH, Campo E, Pileri SA et al. (2016).The 2016 revision of the World Health Organisation classification of lymphoid neoplasms. Blood 2016; 127(2):2375-2390.

WHO. (2016). who-classifies-bia-alcl-as-a-distinct-of-lymphoma. [Internet]. [cited 16 June 2016]. Available from: www.plasticsurgery.org/Health-Policy

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-08-20

รูปแบบการอ้างอิง

นนทสวัสดิ์ พ. (2021). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเป็นไปได้ด้านความต้องการของศัลยแพทย์ ในการนำมาใช้ของระบบทะเบียนผู้ป่วยที่ใช้เครื่องมือแพทย์เต้านมเทียมซิลิโคน ใช้ฝังในร่างกายของประเทศไทย. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข, 7(3), 411–428. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/251337

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ