การจัดการความเสี่ยงทางคลินิกของบุคลากรการแพทย์ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
คำสำคัญ:
การจัดการความเสี่ยงทางคลินิก, ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ (HFACS), อิทธิพลจากองค์กรบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวัดระดับการจัดการความเสี่ยงทางคลินิก และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการจัดการความเสี่ยงทางคลินิกของบุคลากรการแพทย์ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรการแพทย์ที่ให้บริการผู้ป่วยโดยตรง จำนวน 260 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา และหาค่าความเที่ยงโดยวิธีแอลฟาของครอนบาค ในส่วนที่ 2 และ 3ได้เท่ากับ .805 และ .957 ตามลำดับ วิเคราะห์โดยใช้สถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติหาความสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 94.2) มีอายุระหว่าง 22-30 ปี (ร้อยละ 57.7) เป็นพยาบาลวิชาชีพ (ร้อยละ 86.2) การศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี (ร้อยละ 96.20) มีชั่วโมงการทำงาน 41-50 ชั่วโมง/ต่อสัปดาห์ (ร้อยละ 36.20) และมีระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลอยู่ระหว่าง 3-5 ปี (ร้อยละ 35.8) การวิเคราะห์การจัดการความเสี่ยงทางคลินิก พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับสูง ( =3.57, S.D.=0.63) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า การกระทำที่ไม่ปลอดภัย การควบคุมกำกับติดตามการกระทำที่ไม่ปลอดภัย และอิทธิพลจากองค์กร มีความสัมพันธ์กับการจัดการความเสี่ยงทางคลินิกของบุคลากรการแพทย์ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (r= -0.906, r=0.682 และ r = 0.430 ตามลำดับ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (0.05)
ดังนั้น ควรส่งเสริมให้บุคลากรค้นหาความเสี่ยงเชิงรุกจากการปฏิบัติงาน และการศึกษา เรียนรู้ อุบัติการณ์ความเสี่ยงจากหน่วยงานอื่น เพื่อวิเคราะห์ความรุนแรง ความถี่ และการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ผู้บริหารมีส่วนสำคัญต่อระบบบริหารจัดการความเสี่ยงทางคลินิก โดยกำหนดผู้มีบทบาทหน้าที่คอยควบคุมกำกับ ติดตาม และกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำที่ไม่ปลอดภัยของบุคลากรการแพทย์
เอกสารอ้างอิง
กิตติธร ปานเทศ. (2561). โรคที่เกิดจากการรับบริการสาธารณสุขและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข, 4 (1) มกราคม–เมษายน; 108-119.
จีรนันท์ ชานนท์, ประจักร บัวผัน. (2564). ปัจจัยแห่งความสำเร็จและวัฒนธรรมความปลอดภัยขององค์การที่มีผลต่อการบริหารความเสี่ยงของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วย โรงพยาบาลขอนแก่น. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา), 21 (1) มกราคม-มีนาคม; 216-228.
จีรวรรณ์ ศิริมนตรี และ วรรณชนก จันทชุม. (2564). ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างการนิเทศทางคลินิก การบริหารความเสี่ยง และผลลัพธ์ทางการพยาบาลตามการรับรู้ของพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลตติยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสาร โรงพยาบาลสกลนคร, 24 (2) พฤษภาคม – สิงหาคม 2564; 1-12
โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์. (2564). ระบบความเสี่ยง. เข้าถึงเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564. https://www.chumphonhospital.com
เพชรสุนีย์ ทั้งเจริญกุล. (2561). การจัดการเชิงระบบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้ป่วย. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , 45 (2), เมษายน-มิถุนายน; 148-156.
วิไลลักษณ์ วิสาสะ. (2564). ผลการดำเนินงานในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.). ใน: เอกสารประกอบการบรรยายผลการดำเนินงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. การประชุมศึกษาดูงานออนไลน์ของนักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาบริหารงานสาธารณสุข(ภาคพิเศษ) มหาวิทยาลัยมหิดล.
อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล. (2564). การเรียนรู้จากอุบัติการณ์ Learning from Incidents HA tool and quality in diversity update. ใน: เอกสารประชุมวิชาการ HA
National Forum 21 (Enhancing TRUST in Healthcare); วันที่ 17 มีนาคม 2564; กรุงเทพฯ.
Donabedian A. (1988). The quality of care: How can it be assessed? Journal of the American Medical Association, 260(12), 1743–1748.
Shale S. and Woodier N. (2021). Human Factors Analysis and Classification System (HFACS) Coding framework adapted for the NHS Acute Hospital setting (v4.2) (Internet). Norfolk and Norwich University Hospitals, NHS Foundation Trust; 2020-2021. https://www.nnuh.nhs.uk/publication/download/human-factors-classification-system-serious-incidents-2020-2021-20-21
Shappell SA, Wiegmann DA. (2000). The human factors analysis and classification system-HFACS (Internet). (Cite 2021 Sep 22). https://www.researchgate.net/ publication/247897525 The_Human_ Factors Analysis_and_Classification_System-HFACS
Weiers, Ronald M. (2005). Introduction to Business Statistics. International Student Edition. Fifth Edition. Pennsylvania, USA. Duxbury Press, Thomson - Brooks/cole
Wilson J. & Tingle J. (1999). Clinical risk modification: A route to clinical governance, Oxford: Butterworth-Heinemann.
World Health Organization. (2019). Patient safety fact file: patient safety and risk management service delivery and safety. Geneva: [Internet]. World Health Organization. Retrieved Sep 16, 2021. https://www.who.int/features/ fact files/patient safety/patient-safety-fact-file.pdf
World Health Organization. (2009). Conceptual framework for the international classification for patient safety, version 1.1: final technical report January 2009. https://www.who.int/patientsafety/taxonomy/icps_full_report.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ