ผลของการพัฒนารูปแบบการรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงแบบมีส่วนร่วมของบุคลากร โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
การรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยง, การพัฒนาแบบมีส่วนร่วม, บุคลากรในโรงพยาบาลบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการพัฒนารูปแบบการรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงแบบมีส่วนร่วมของบุคลากร โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะดังนี้ (1) ศึกษารูปแบบของการรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงที่ได้รับการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของบุคลากรในโรงพยาบาล (2) เปรียบเทียบความรู้ การมีส่วนร่วม และอัตราการรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงของบุคลากร ก่อนและหลังการพัฒนารูปแบบการรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงแบบมีส่วนร่วม และ (3) ประเมินความพึงพอใจต่อการใช้ระบบรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงในการบริหารความเสี่ยงแบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ เลือกแบบเจาะจง จำนวน 32 คน เครื่องมือวิจัยได้แก่ การอบรมเชิงปฏิบัติการ และแบบสอบถามความรู้ การมีส่วนร่วม และความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบทีแบบคู่ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบที่พัฒนาขึ้น คือการรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงผ่านการใช้แอปพลิเคชัน Line official account ซึ่งมีช่องทางการเข้าถึงโปรแกรมการรายงานที่ง่าย มีการสะท้อนกลับและติดตามผลได้ (2) คะแนนเฉลี่ยความรู้และการมีส่วนร่วมในการรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงหลังการพัฒนาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีอัตราการรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ (3) ความพึงพอใจต่อการใช้ระบบรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงอยู่ในระดับมากที่สุด ดังนั้นผู้บริหารโรงพยาบาลควรส่งเสริมให้มีการอบรมเรื่องการรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยง และให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการบริหารความเสี่ยง
เอกสารอ้างอิง
Chantanasombut, P., Phanthusart, N., & Maneesri, S. (2012). Clinical risk management of registered nurses. Journal of Nursing Science & Health, 35(3), 118-124.
Evans, S. M., Berry, J. G., Smith, B. J., Esterman, A., Selim, P., O’Shaughnessy, J., & DeWit, M. (2006). Attitudes and barriers to incident reporting : a collaborative hospital study. Qual Saf Health Care, 2006(15), 39-43.
Laobandit, R., & Thanaboonpuang, P. (2021). Factors related to the clinical risk management of registered nurses in Samroiyod district, Prachuap Khiri Khan province. Journal of Research for Health Improvement and Quality of Life, 1(1), 25-36.
Martowirono, K., Jansma, J. D., Luijk, S. J., Wagner, C. & Bijnen, A. B. (2012). Possible solutions for barriers in incident reporting by residents. J Eval Clin Pract, 18(1), 76-81.
Naome, T., James, M., Christine, A., & Mugisha, T. I. (2020). Practice, perceived barriers and motivating factors to medical-incident reporting: a cross-section survey of health care providers at Mbarara regional referral hospital, southwestern Uganda. BMC Health Serv Res, 20(276), 1-9.
Pensook, J. (2017). Needs assessment of registered nurses for the development of a clinical risk management system at Faculty of Medicine Vajira hospital, Navamindradhiraj university. Vajira Med J, 61(4), 267-280.
Phokapun, P., Leethongdee, S., & Tikkapanyo, C. (2012). The quality improvement of clinical risk management system for care standard of in-patient care of nurses in the Fort Sunpasitthiprasong hospital in Ubon Ratchathani province. Journal of The Royal Thai Army Nurses, 13(2), 38-48.
Saichun, S., Pensirinapa, N., & Geerapong, P. (2017). Factors related to risk management participation of personnel in Priest hospital. Journal of Charoenkrung Pracharak Hospital, 13(1), 27-45.
Sotanasathien, S. (1990). Communication and societies. Bangkok: Chulalongkorn university printing house.
Varallo, F. R., Passos, A. C., Nadai, T. R., & Mastroianni, P. C. (2018). Incidents reporting: barriers and strategies to promote safety culture. Rev Esc Enferm USP, 52:e03346, 1-5.
Yodyot, K., Promaruk, T., & Sangsa, N. (2019). Developing process for risk management report system Roi-Et hospital, Roi-Et province. Academic Journal of Community Public Health, 5(2), 27-41.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ