ความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล ของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนนานาชาติจังหวัดภูเก็ต

ผู้แต่ง

  • พัชราภรณ์ เพิ่มแก้ว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • อำนวย ทองโปร่ง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

คำสำคัญ:

การบริหารตามหลักธรรมมาภิบาล, โรงเรียนเอกชนนานาชาติในจังหวัดภูเก็ต

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้ เป็นวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) เน้นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research)มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนนานาชาติจังหวัดภูเก็ต 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนนานาชาติจังหวัดภูเก็ต จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สังกัดโรงเรียนเอกชนนานาชาติจังหวัดภูเก็ต โดยใช้วิธีการกำหนดขนาด กลุ่มตัวอย่าง ของเครชซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970) และใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (stratified random sampling) และการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Sample Random Sampling) จึงได้กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ จำนวน 226 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม โดยแบบสอบถาม มี 2 ส่วน ประกอบด้วย ข้อมูลพื้นฐานสถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม และข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล ผู้วิจัยได้ทำการตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถาม 2 ขั้นตอน คือ การวิเคราะห์ความสอดคล้อง ซึ่งได้ค่าเท่ากับ 0.99 และการตรวจสอบค่าความเชื่อมั่น จากกลุ่มตัวอย่างเสมือนจริงที่ใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 ตัวอย่าง ซึ่งได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาสูงกว่า .70 ในทุกด้าน สรุปได้ว่าเป็นแบบสอบถามที่มีคุณภาพ

            สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณประกอบด้วย สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percent) สำหรับตัวแปร เชิงกลุ่ม ค่าเฉลี่ย (x̄) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สำหรับตัวแปรเชิงปริมาณ และสถิติอ้างอิงสำหรับการทดสอบเปรียบเทียบในกรณีตัวแปรเชิงปริมาณ ตัวแปรต้น และตัวแปรตาม โดยใช้การวิเคราะห์เปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ย (x̄) ระหว่างกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มที่เป็นอิสระจากกัน ใช้ค่า t- test Independent การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ด้วยการทดสอบค่า F-test และทดสอบค่าเฉลี่ยรายคู่ ตามวิธีการของ เชฟเฟ่ (Scheffe’s method) พร้อมเสนอค่าเฉลี่ยซึ่งผู้ศึกษาใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ในการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด

ผลการวิจัยพบว่า

       1.) ระดับความคิดเห็นของครูต่อการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนนานาชาติในจังหวัดภูเก็ต โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ย 3 อันดับแรก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านหลักความโปร่งใส่ รองลงมา    ด้านหลักความคุ้มค่า และด้านหลักการมีส่วนร่วม ตามลำดับ
       2.) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนนานาชาติจังหวัดภูเก็ต จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน สรุปได้ว่า ครูที่มีการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนนานาชาติจังหวัดภูเก็ตไม่แตกต่างกัน ยกเว้น ด้านหลักความโปร่งใส่ ด้านหลักความคุ้มค่า  ด้านหลักประสิทธิภาพและประสิทธิผล และด้านหลักความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งด้านดังกล่าวมีค่า p-value    น้อยกว่า .05 จึงสรุปได้ว่า ครูที่มีการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล ของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนนานาชาติจังหวัดภูเก็ต ในด้านดังกล่าวแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

จุฑามาส นาคปฐม. (2559.) การบริหารการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา วัดใหญ่อินทาราม เทศบาลเมืองชลบุรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา.

สถาบันพระปกเกล้า. (2563). ธรรมาภิบาล: หลักการเพื่อการบริหารรัฐกิจแนวใหม่. สืบค้น 22 ธันวาคม 2563, จาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=ธรรมาภิบาล

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต. (2563). ข้อมูลทั่วไปโรงเรียนเอกชนนานาชาติภูเก็ต. สืบค้น 18 ธันวาคม 2563, จาก http://phuket-moe.xyz/news/

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities.Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-02-24

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย