Creating Instructional Package “Harmony: Method for Teaching Root Position Part Writing by Using Cooperative Learning”

Main Article Content

Watchara Solosphrom

Abstract

This quasi-experimental research aimed to explore the effectiveness of instructional package harmony: method for teaching root position part writing by using cooperative learning. The study also aimed at students’ satisfaction towards cooperative learning. The participants were 20 students divided into 4 groups. Each group consisted of 5 students which 1 was an outstanding student while other 2 were average competence and the rest were considered as less competence students. The study lasted 3 periods, 180 minutes, or 9 hours in total. The research instruments included 1) instructional package harmony: method for teaching root position part writing by using cooperative learning comprising of course content, user manual, and 3 lesson plans, 2) pretest – posttest and formative assessment, and 3) a questionnaire of students’ satisfaction towards cooperative learning. The results revealed that the instructional package was found to be effective at 87.50/81.00, which was higher than the threshold set as 80/80, matching with the hypothesis. The students were satisfied with the cooperative learning with an average of 4.61, higher than the 3.50 threshold, which was in line with the hypothesis.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
Solosphrom, W. . (2022). Creating Instructional Package “Harmony: Method for Teaching Root Position Part Writing by Using Cooperative Learning”. PAYAP UNIVERSITY JOURNAL, 32(1), 36–49. https://doi.org/10.14456/pyuj.2022.3
Section
Research Articles

References

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2555). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (พิมพ์ครั้งที่ 5).กรุงเทพฯ: แดเน็กซ์ อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น.

ดนุชา สมใจดี. (2553). การสร้างชุดการสอนดนตรีไทยภาคปฏิบัติซออู้และซอด้วงเพลงแป๊ะสามชั้นสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5: กรณีศึกษาโรงเรียนวัดท่าต้นกวาว. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยพายัพ.

ทิศนา แขมมณี. (2553). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 13). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นัทพงษ์ เทเวลา. (2560). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI เรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากลสำหรับนักเรียนชมรมดนตรี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ผกาพรรณ แสงพรหม. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้การขับร้องโดยใช้แนวคิดโซลตาน โคดาย และชินอิจิ ซูซูกิ ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.

ศิริมา พนาภินันท์. (2552). ชุดการสอนวิชาทฤษฎีดนตรีสากล 2 เรื่องทรัยแอต ผ่านการเรียนรู้แบบร่วมมือกัน กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุคนธ์ สินธพานนท์. (2552). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: เทคนิคพริ้นติ้ง.

สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ. (2546). 19 วิธีจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ. กรุงเทพฯ: ดวงกมลสมัย.

เอกพงษ์ ศรีงาม. (2554). ทฤษฎีดนตรีสากลและการประสานเสียง เล่มที่ 1. ขอนแก่น: คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

Kostka, S. & Payne, D. (1995). Tonal harmony with an introduction to twentieth – century music (3rd ed.). New York: McGraw-Hill.