การพัฒนาลวดลายตกแต่งบนเครื่องปั้นดินเผาห้วยวังนองเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
คำสำคัญ:
ลวดลาย, ตกแต่ง, มูลค่าเพิ่ม, เครื่องปั้นดินเผาบทคัดย่อ
เครื่องปั้นดินเผาชุมชนห้วยวังนองเป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจัดเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน ในปัจจุบันผู้ผลิตมีจำนวนลดลงและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง รูปแบบการผลิตและการตกแต่งผลิตภัณฑ์ใช้กรรมวิธีที่สืบทอดกันต่อๆมา การเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชนขึ้นก็มีเพียงเล็กน้อย ผู้วิจัยเห็นความสำคัญของการสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ผู้วิจัยจึงได้ทำการวิจัยในแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาในชุมชนห้วยวังนองจำนวน 7 หมู่บ้าน โดยทำการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในชุมชนโดยทำการกำหนดวัตถุประสงค์ในการวิจัยไว้ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาลักษณะ รูปแบบ และกรรมวิธีวิธีการผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ทำการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาห้วยวังนอง 2) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาในชุมชนปากห้วยวังนอง 3) เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ใช้เพื่อการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่มีอัตลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานีประกอบกับการศึกษาเทคนิคในการตกแต่งลวดลายลงบนผิวผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา โดยการศึกษาลวดลายจากภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์และงานแกะสลักรวมทั้งลวดลายผ้าพื้นถิ่นเพื่อใช้ในการตกแต่งลวดลายบนผิวผลิตภัณฑ์ จากการประมวลความรู้ที่ได้จากการวิจัยตามขั้นตอนต่างๆพบว่า เทคนิคในการตกแต่งและรูปแบบผลิตภัณฑ์มีความเหมาะสมกับกระบวนการผลิตในชุมชน การออกแบบลวดลายที่มีอัตลักษณ์อันมีที่มาจากภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ลวดลายในงานหัตถกรรมและลายผ้าพื้นถิ่นสำหรับการตกแต่งบนผิวผลิตภัณฑ์เป็นที่พอใจของผู้ผลิตและผู้บริโภคสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้โดยมิได้ทำให้คุณค่าของงานเครื่องปั้นดินเผาด้อยลงไป ทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้และเป็นแนวทางเพื่อการพัฒนาสำหรับเพิ่มมูลค่าและสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาชุมชนให้เป็นภูมิปัญญาที่อยู่คู่กับจังหวัดอุบลราชธานีต่อไป
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ข้อความที่ปรากฎในวารสารฉบับนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่ละท่าน สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และกองบรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ขอให้ผู้อ่านอ้างอิงในกรณีที่ท่านคัดลอกเนื้อหาบทความในวารสารฉบับนี้