ความสามารถเผชิญปัญหาและการปรับตัวสู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน หลังสถานการณ์โควิด-19 ของชุมชนบ้านหัวอ่าว อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
คำสำคัญ:
ความสามารถเผชิญปัญหาและการปรับตัว, การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน, สถานการณ์โควิด-19บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนของชุมชนบ้านหัวอ่าว อำเภอ สามพราน จังหวัดนครปฐม และเพื่อศึกษาความสามารถเผชิญปัญหาและการปรับตัวสู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนหลังสถานการณ์โควิด-19 ของชุมชนบ้านหัวอ่าว อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีวิทยาปรากฏการณ์วิทยาโดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์กลุ่ม จากผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 12 คน ด้วยวิธีการเลือกผู้ให้ข้อมูลหลักแบบเจาะจง จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางการท่องเที่ยวพื้นที่ชุมชนบ้านหัวอ่าว เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แนวคำถามในการสัมภาษณ์ และทำการวิเคราะห์แก่นสาระ
ผลการวิจัยพบว่าชุมชนบ้านหัวอ่าวมีองค์ประกอบด้านการท่องเที่ยวชุมชน ดังนี้ องค์ประกอบด้านทรัพยากรท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เน้นวิถีชีวิตการเกษตรอินทรีย์ที่พึงพิงธรรมชาติ ด้านชุมชน คนในชุมชนมีการรวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านหัวอ่าว โดยมีศูนย์การการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์บ้านหัวอ่าวเป็นจุดศูนย์กลางของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหัวอ่าว ด้านการจัดการ ชุมชนมีการบริหารจัดการคณะกรรมการหมู่บ้านมีการกำหนดเกณฑ์การเข้าร่วมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ และมีการจัดการผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวโดยชุมชน และด้านการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ความสามารถเผชิญปัญหาและการปรับตัวสู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนหลังสถานการณ์โควิด-19 ของชุมชนบ้านหัวอ่าวพบว่าชุมชนบ้านหัวอ่าวมีการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพทันท่วงที คนในชุมชนปฏิบัติตามและจำกัดบริเวณตนเองอยู่ในพื้นที่ของตน แต่ยังคงดำเนินการทำอาชีพการเกษตรของตนเอง สำหรับการปรับตัว ชุมชนมีการดำเนินการติดตั้งจุดคัดกรอง จุดลงทะเบียน จุดวัดอุณหภูมิ การกำหนดมาตรการในการสวมใส่หน้ากากตลอดเวลา และเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์โดยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ส่งเสริมให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเข้ามาเป็นสมาชิกวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้แก่คนในชุมชนในการเตรียมความสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยว
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2559). คู่มือสำหรับอบรมชุมชนท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2563). มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety & Health Administration: SHA). กรุงเทพฯ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ. (2559). เกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ.
ธนพร รุ่งมณี, ปฏิมากานต์ พงษ์มา, สวิธญา สร้อยระย้า และ พรธัช เทศเรือง. (2561). รายงานการวิจัยเรื่อง การพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ชุมชนบ้านหัวอ่าวเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตร อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม (รายงานการวิจัย). นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
ภิวานี เผือกบัวขาว. (2563). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวในท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารวิชาการมนุษย์และสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 4(1), 58-72.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2563). แผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 พ.ศ. 2564 – 2565. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ. (2563). ชู ‘งานวิจัยท่องเที่ยวชุมชน’ ช่วยฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน). (2558). เกณฑ์มาตรฐานการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน. กรุงเทพฯ: สำนักท่องเที่ยวโดยชุมชน.
Asker, S. A., Boronyak, L. J., Carrard, N. R., & Paddon, M. (2010). Effective community-based tourism: A best practice manual. Retrieved from https://opus.lib.uts.edu.au/bitstream/10453/35150/1/askeretal2010effectivecbt.pdf
Béné, C., Newsham, A., Davies, M., Ulrichs, M., and Godfrey‐Wood, R. (2014). Resilience, poverty and development. Journal of International Development, 26(5), 598-623.
Biggs, R., Schlüter, M., and Schoon, M. L. (2015). Principles for building resilience: Sustaining ecosystem services in social-ecological systems. Cambridge: Cambridge University Press.
Cottrell, S. (2001). Occupational stress and job satisfaction in mental health nursing: focused interventions through evidence‐based assessment. Journal of psychiatric and mental health nursing, 8(2), 157-164.
Denzin, N. K. (1978). The Research Act: A Theoretical Introduction to Sociological Methods. New York: McGraw-Hill.
Ellis, S., & Sheridan, L. M. (2014). The legacy of war for community-based tourism development: learnings from Cambodia. Community Development Journal, 49(1), 129-142.
Field, C. B., Barros, V., Stocker, T. F., and Dahe, Q. (Eds.). (2012). Managing the risks of extreme events and disasters to advance climate change adaptation: special report of the intergovernmental panel on climate change. Cambridge University Press.
Gössling, S., Scott, D., and Hall, C. M. (2020). Pandemics, tourism and global change: a rapid assessment of COVID-19. Journal of Sustainable Tourism, 29(1), 1-20.
Lew, A. A. (2014). Scale, change and resilience in community tourism planning. Tourism Geographies, 16(1), 14-22.
Mitchell, T., and Harris, K. (2012). Resilience: A risk management approach. Retrieved from https://www.sistemaprotezionecivile.it/allegati/1470_Resilience-_A_risk_manag_approach.pdf
Moustakas, C. (1994). Phenomenological research methods. California: Sage publications.
Prayag, G. (2020). Time for reset? COVID-19 and tourism resilience. Tourism Review International, 24(2-3), 179-184.
Van Manen, M. (2014). Phenomenology of practice. Walnut Creek. CA: Left Coast Press, Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความที่ปรากฎในวารสารฉบับนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่ละท่าน สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และกองบรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ขอให้ผู้อ่านอ้างอิงในกรณีที่ท่านคัดลอกเนื้อหาบทความในวารสารฉบับนี้