รูปแบบภาวะผู้นำ รูปแบบการติดต่อสื่อสาร และระเบียบวิธีปฏิบัติที่ส่งผลต่อแรงจูงใจ ในการฝึกของทหารกองประจำการสำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง
คำสำคัญ:
รูปแบบภาวะผู้นำ, รูปแบบการติดต่อสื่อสาร, ระเบียบวิธีปฏิบัติ, แรงจูงใจบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) รูปแบบภาวะผู้นำที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการ 2) รูปแบบการติดต่อสื่อสารที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการ และ 3) ระเบียบวิธีปฏิบัติที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ทหารกองประจำการ โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย จำนวน 141 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน (Inferencial statistics) ได้แก่ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบภาวะผู้นำ มีผลต่อแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการ โดยผู้นำแบบเผด็จการ ผู้นำแบบเสรีนิยม และผู้นำแบบประชาธิปไตย มีความสัมพันธ์กับแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการเท่ากับ 0.60, 0.79 และ 0.52 ตามลำดับ
2. รูปแบบการติดต่อสื่อสาร มีผลต่อแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการ โดยการติดต่อสารจากบนลงล่าง การติดต่อสื่อสารจากล่างขึ้นบน การติดต่อสื่อสารในแนวนอน การติดต่อสื่อสารในแนวทแยง มีความสัมพันธ์กับแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการเท่ากับ 0.54, 0.52, 0.50 และ 0.51 ตามลำดับ
3. ระเบียบวิธีปฏิบัติ มีผลต่อแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการ โดยด้านวินัยทหารมีความสัมพันธ์กับแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการ เท่ากับ 0.79
4. รูปแบบภาวะผู้นำ รูปแบบการติดต่อสื่อสาร และระเบียบวิธีปฏิบัติสามารถทำนายแรงจูงใจในการฝึกของทหารกองประจำการ สำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง ได้ร้อยละ 74.50 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2545). การวิเคราะห์เชิงปริมาณ. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
โกเมศ จันทร์เจริญ. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการติดต่อสื่อสารในองค์การและการสนับสนุนทางสังคม ที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานสายสนับสนุนคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. Journal of Professional Routine to Research, 1, 60-64.
ธงชัย สันติวงค์. (2545). การจัดการ (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัคจิรา ผุดโรย. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบภาวะผู้นำกับประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานของกำลังพล กองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ (ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีปทุม, กรุงเทพฯ.
ภูวนาถ เครือตาแก้ว, ชาติชัย อุดมกิจมงคล และ สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง. (2559). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจจราจร สถานีตำรวจภูธร เมืองสกลนคร. วารสารณฑิตศึกษา, 13(63), 133-144.
ณัฐชมนต์ ธนาโชติอัมรัตน์. (2558). การศึกษาภาวะผู้นำของผู้บริหาร พฤติกรรมการติดต่อสื่อสารภายในองค์กรและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพ มหานคร (ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, กรุงเทพฯ.
นิธิพร ลิ่มประเสริฐ. (2559). ศึกษาปัจจัยด้านภาวะผู้นำปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์กรและปัจจัยด้านกระบวนการสื่อสารภายในองค์กรที่มีผลต่อประสิทธิผลการทำงานเป็นทีมของพนักงาน บริษัทเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร (ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, กรุงเทพฯ.
ปารินทร์ ระฆังทอง. (2564). คุณค่าตราสินค้าและการตลาดแบบปากต่อปากผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเกมมิ่งเกียร์ของวิวเวอร์ ที่รับชมผ่านช่องทางทวิต ยูทูป และ เฟซบุ๊กเกมมิ่ง (ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, กรุงเทพฯ.
สุทธิเวท บุญยรัตกลิน และ สมิหรา จิตตลดากร. (2563). เปรียบเทียบรูปแบบภาวะผู้นำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระหว่าง พ.ศ. 2549–2557. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 3(1), 42-49.
Yamane, T. (1967). Elementary sampling theory. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice-Hall.
ผู้ให้สัมภาษณ์
พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง. (2563). ผู้บัญชาการทหารอากาศ. [สัมภาษณ์].
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความที่ปรากฎในวารสารฉบับนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่ละท่าน สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และกองบรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ขอให้ผู้อ่านอ้างอิงในกรณีที่ท่านคัดลอกเนื้อหาบทความในวารสารฉบับนี้