ปัจจัยที่ส่งผลต่อทัศนคติในการเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทย ในเขตกรุงเทพมหานครในช่วงก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคไวรัสโคโรนา 2019 และแนวทางการปรับตัวของบริษัทนำเที่ยว

ผู้แต่ง

  • เมธาวี กิจเกษตรกุล นักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต กลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจการบริการ วิทยาลัยดุสิตธานี
  • ณัฐสินี ชินธนภูมิไพศาล อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต กลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจการบริการ วิทยาลัยดุสิตธานี

คำสำคัญ:

ทัศนคติ, บริษัทนําเที่ยว, ไวรัสโคโรนา 2019

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อศึกษาระดับปัจจัยด้านประชากรศาสตร์และพฤติกรรมที่ส่งผลต่อทัศนคติในการเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยในเขตกรุงเทพมหานครในช่วงก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019  2) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลด้านประชากรศาสตร์และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทยในเขตกรุงเทพมหานครที่มีต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวในช่วงก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019  3) เพื่อศึกษาถึงแนวทางการปรับตัวของบริษัทนำเที่ยวในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ  นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เคยเดินทางท่องเที่ยวหรือเคยใช้บริการธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงก่อนและระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 โดยงานวิจัยนี้เป็น งานวิจัยแบบผสม (Mixed method) ระหว่างวิจัยเชิงปริมาณและวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ทางผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลคือ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร มีอายุตั้งแต่ 21-60 ปี จำนวน 400 คน และผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว จำนวน 10 คน โดยใช้วิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจง  

ผลการวิจัยพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 64.50 ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 31-40 ปี ร้อยละ 50.00 ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 51.50 และส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 40,001- 60,000 บาท ร้อยละ 38.00 ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน/ รับจ้าง ร้อยละ 48.30  พฤติกรรมการเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้บริการบริษัทนำเที่ยวจำนวน 2 ครั้งต่อปี ร้อยละ 47.00 ถัดมา วัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ในการเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวของนักท่องเที่ยวคือเพื่อความสะดวกสบาย ร้อยละ 40.00 ถัดมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้บริการบริษัทนำเที่ยว และมักจะเดินทางไปท่องเที่ยวกับครอบครัว ร้อยละ 45.00 ถัดมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ค้นหาหรือรับรู้ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนำเที่ยวจากแหล่งข้อมูลหนังสือพิมพ์ ใบปลิว ร้อยละ 52.50 ถัดมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้ตัวแทนขายในการจองหรือซื้อบริการบริษัทนำเที่ยว ร้อยละ 52.00 และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้งบประมาณ 5,001-10,000 บาท ในการใช้บริการบริษัทนำเที่ยว (ภายในประเทศ) แต่ละครั้ง ร้อยละ 40.50 ปัจจัยด้านทัศนคติในช่วงก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ในภาพรวม พบว่า การปฏิบัติตน มีค่าเฉลี่ยของปัจจัยด้านทัศนคติก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ที่ 3.86 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.13 และหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ที่ 3.99 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.99 ถัดมา ความเชื่อมั่น มีค่าเฉลี่ยของปัจจัยด้านทัศนคติก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ที่ 3.56 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.08 และหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ที่ 3.77 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.04 และ ความรู้ความเข้าใจ มีค่าเฉลี่ยของปัจจัยด้านทัศนคติก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ที่ 3.37 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.00 และหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ที่ 3.70 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.03 ตามลำดับ และแนวทางการปรับตัวของบริษัทนำเที่ยวในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 พบว่า ผู้ประกอบการต้องมีการเตรียมความพร้อมต่อการจัดการความเสี่ยง การบริการการท่องเที่ยว สายการบิน หรือโรงแรม อาจมีการปรับปรุงการให้บริการโดยมุ่งเน้นด้านสุขภาพ และการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกรรมออนไลน์ต่างมากขึ้นยิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2563). ประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนสมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19). สืบค้นจาก https://www.mots.go.th/Newsview.php?nid=12639

กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา. (2563). สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยว. สืบค้นจาก https://secretary.mots.go.th/ewtadmin/ewt/policy/download/article/article_20210222113518.pdf

รัตนะ บัวสนธ์. (2556). วิธีการวิจัยเชิงผสมผสานทางการศึกษา. สืบค้นจาก http://www.rattanabb.com/html/r5.

สยามรัฐออนไลน์. (2563). โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเป็นอันดับหนึ่งของโลก. สืบค้นจาก https://siamrath.co.th/n/146002

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์. (2563). สถานการณ์การท่องเที่ยวในวิกฤต COVID-19. สืบค้นจาก https://www.cea.or.th/th/single-research/cultural-heritage-tourism-industry-covid-19

สุชาดา ธโนภานุวัฒน์ และ สมบัติ กาญจนกิจ. (2555) . ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการธุรกิจนำเที่ยวของนักท่องเที่ยวภายในประเทศ, วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ, 13(1), 133- 148.

MGR Online. (2563). โควิด-19 ดันคนไทยแห่จองที่พักโตกว่า 100%. สืบค้นจาก https://mgronline.com/business/detail/9630000063206

UNWTO. (2020). Impact assessment of the COVID-19 outbreak on international tourism. Madrid: United Nations World Tourism Organization. Retrieved from https://tinyurl.com/vbhq36x

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-10-21

รูปแบบการอ้างอิง

กิจเกษตรกุล เ., & ชินธนภูมิไพศาล ณ. (2022). ปัจจัยที่ส่งผลต่อทัศนคติในการเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทย ในเขตกรุงเทพมหานครในช่วงก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคไวรัสโคโรนา 2019 และแนวทางการปรับตัวของบริษัทนำเที่ยว. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 17(61), 56–66. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/researchjournal-lru/article/view/255455

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิทยานิพนธ์