การพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงคำนวณ ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้การออกแบบเป็นฐานร่วมกับแนวคิดสตีมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้การออกแบบเป็นฐานร่วมกับแนวคิดสตีมศึกษา ในรายวิชาฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ จำนวน 3 วงจรปฏิบัติการ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนในจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 26 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้การออกแบบเป็นฐานร่วมกับแนวคิดสตีมศึกษา เรื่องสมบัติเชิงกลของสาร จำนวน 9 แผนการเรียนรู้ เวลา 12 ชั่วโมง 2) แบบวัดความสามารถในการคิดเชิงคำนวณ จำนวน 3 ชุด ชุดละ 2 สถานการณ์ และ 3) แบบสัมภาษณ์นักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า วงจรปฏิบัติการที่ 1 นักเรียนมีความสามารถในการคิดเชิงคำนวณผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 19.23 วงจรปฏิบัติการที่ 2 นักเรียนมีความสามารถในการคิดเชิงคำนวณผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 และวงจรปฏิบัติการที่ 3 นักเรียนมีความสามารถในการคิดเชิงคำนวณผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 92.31 สรุปได้ว่านักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีการพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงคำนวณที่สูงขึ้น ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้การออกแบบเป็นฐานร่วมกับแนวคิดสตีมศึกษาสามารถพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความที่ลงตีพิมพ์ทุกเรื่องได้รับการตรวจทางวิชาการโดยผู้ประเมินอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) สาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 3 ท่าน ในรูปแบบ Double blind review
2. ข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นี้เป็นของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
3. กองบรรณาธิการวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ไม่สงวนสิทธิ์การคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
เอกสารอ้างอิง
ปราโมทย์ วงศ์คำ. (2561). ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่องแนวคิดเชิงคำนวณการแก้ปัญหาและขั้นตอนวิธี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38.
พิเชฐ ศรีสังข์งาม และชัยยศ เดชสุระ. (2561). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า, 8(2), 107-114.
ภาสกร เรืองรอง. (2561). Computational Thinking กับ การศึกษาไทย. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 10(3), 322-330.
วิสูตร โพธิ์เงิน. (2560). STEAM ศิลปะเพื่อสะเต็มศึกษา:การพัฒนาการรับรู้ความสามารถและแรงบันดาลใจให้เด็ก. Journal of Education Studies, 45(1), 320-334.
วรลักษณ์ คำหว่าง และนงลักษณ์ ใจฉลาด. (2560). แนวทางพัฒนาทักษะครูในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในจังหวัดพิษณุโลก. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 6(1), 129-138.
ศรายุทธ ดวงจันทร์. (2561). ผลการใช้แนวสะเต็มศึกษาในวิชาฟิสิกส์ที่มีต่อความสามารถในการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (วิทยานิพนธ์ ค.ม.). กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริพันธุ์ ศิริพันธุ์ และยุพาวรรณ ศรีสวัสดิ์. (2554). การจัดการเรียน การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: วิธีการสอนแบบใช้ปัญหาเป็นหลัก. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 3(1): 104-112
ศุภมาส แสนโคก และอุฤทธิ์ เจริญอินทร์ (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับบทเรียนบนเว็บเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 16(2), 156-170.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2557). ความรู้เบื้องต้นสะเต็ม. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). แนวคิดเชิงคำนวณ. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://www.scimath.org/lesson-technology/
สุภัค โอฬาพิริยกุล. (2562). STEAM EDUCATION: innovative education integrated into learning management.
Journal of Research and Curriculum Development, 9(1), 1-16. and Instruction, 11(4), 149-171.
Bedar, R. A. H., & Al-Shboul, M. (2020). The effect of using STEAM approach on developing computational thinking skills among high school students in Jordan.
Doppelt, Y., Mehalik, M. M., Schunn, C.D., Silk, E., & Krysinski, D. (2008). Engagement and achievements: A case study of design-based learning in a science context. Journal of technology education, 19(2), 22-39.
Kemmis, S & McTaggart, R. (1988). The Action Research Planer. Victoria: Deakin University.
McNicol, M. (2011). Investigating the Information Literacy Skills of Students and the Role of Library Instruction in Supporting Student Research. Australasian Journal of Educational Technology.
Puente, S. M. G., Van Eijck, M., & Jochems, W. (2013). Empirical validation of characteristics of design-based learning in higher education. International Journal of Engineering Education, 29(2), 491-503.
Sabkerd, S. (2016). Development of learning activities to enhance computational thinking with focus on STEM education learning management of the programming & application course for mathayomsuksa IV students of Anukoolnaree School (Master thesis). Maha Sarakham: Rajabhat Mahasarakham University.
Srithi, K., Supap, W., & Viriyapong, R. (2018). Action research on developing problem-based learning activities to enhance mathematical literacy in conic sections topic of students in grade 10. Social Sciences Research and Academic Journals, 13(37), 105-118.
Tidma, P., Nakkuntod, M., & Kijkuakul, S. (2015). STEM education in topic of human systems to promote creative thinking of grade 8 students. Ratchaphruek Journal, 13(3), 71-76.
Wang, D., Luo, L., Luo, J., Lin, S., & Ren, G. (2022). Developing Computational Thinking: Design-Based Learning and Interdisciplinary Activity Design. Applied Sciences, 12(21), 11033.
Wing, J.M. (2006) Computational Thinking. Communications of the ACM, 49, 33-35. https://doi.org/10.1145/1118178.1118215
Yakman, G., & Lee, H. (2012). Exploring the exemplary STEAM education in the US as a practical educational framework for Korea. Journal of the Korean Association for Science Education, 32(6), 1072-1086.