แนวทางพัฒนาทักษะภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7
คำสำคัญ:
แนวทางพัฒนา, ทักษะภาวะผู้นำ, ผู้บริหารสตรีบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทักษะภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 2) เปรียบเทียบทักษะภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามประสบการณ์ปฏิบัติงาน และ 3) ศึกษาแนวทางพัฒนาทักษะภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำนวน 56 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ Krejcie and Morgan โดยการสุ่มอย่างง่าย และกลุ่มเป้าหมายในการศึกษาแนวทางพัฒนาทักษะภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรี ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษา จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .93 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อคำนวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา แล้วสรุปบรรยายเป็นความเรียง
ผลการวิจัย พบว่า 1) ทักษะภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ผู้บริหารสตรีมีทักษะภาวะผู้นำอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ด้านทักษะมนุษยสัมพันธ์ รองลงมาคือ ด้านทักษะการจูงใจ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ด้านทักษะการแก้ปัญหา 2) ผลการเปรียบเทียบทักษะภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามประสบการณ์ปฏิบัติงาน พบว่า โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และ 3) แนวทางพัฒนาทักษะภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 ผู้บริหารสตรีต้องรู้เป้าหมายขององค์กร รู้จักสภาพบริบทพื้นที่ ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ ทำเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ สื่อสารดี เข้าใจ เข้าถึงและพึ่งพาได้ มีคุณธรรมและเป็นกลาง สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน เข้าใจความต้องการของชุมชน แก้ปัญหาของชุมชนได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชนด้วยการทำงานอย่างซื่อสัตย์และโปร่งใสสร้างแรงจูงใจให้บุคลากร ทำให้เขามองเห็นอนาคตตนเอง ส่งเสริมให้ศึกษาต่อ อบรม หาประสบการณ์ ที่สำคัญผู้บริหารสตรีควรพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรองและการประนีประนอมเพื่อลดความขัดแย้งและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีภายในองค์กร
เอกสารอ้างอิง
กฤติญา สุขระบุตร. (2563). การศึกษาภาวะผู้นำหญิงในศตรวรรษที่ 21: กรณีศึกษาผู้นำหญิงใน 3 ประเทศ เยอรมนีนิวซีแลนด์ และไต้หวัน ที่สามารถแก้ไขวิกฤตการระบาดของโวรัสโคโรนา โควิด-19 ในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ [รายงานการวิจัย]. สถาบันพระปกเกล้า.
จินดา สรรประสิทธิ์. (2563). การพัฒนานวัตกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนประถมศึกษาตามแนวคิดทักษะภาวะผู้นำ
ในอนาคต [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เจนจิรา อุปนันชัย. (2566). แนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2 [การค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยพะเยา.
ธนนภัทร ยศดำ. (2565). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาสตรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3. การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 13 (น. 2277-2293). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
พิชญา พรหมเจริญ. (2564). ภาวะผู้นำของสตรีในบทบาทการบริหารสถานศึกษาระดับโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม [สารนิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิมพ์พร วงศ์อนุสิทธิ์. (2564). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสตรีที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดนครพนม. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชชภัฏสกลนคร, 10(37), 117-187. https://jeal.snru.ac.th/ArticleViewFile?ArticleID=1019&FileArticle=1019-ArticleTextFile-20220108103641.pdf
มาลัยพร สาวิสัย. (2563). วิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
สิญาธร นาคพิน และวิลาวัณย์ สมบูรณ์. (2562). การบริหารความขัดแย้งในองค์กรภาครัฐ ยุคประเทศไทย 4.0. วารสารราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 6(2), 21-46. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/srj/article/view/206845/154728
สิราลักษณ์ ธนะเกียรติกุล. (2565). การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน. https://www.starfishlabz.com/blog/923-การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน
สุขพิชัย คณะช่าง. (2566). Empathy เข้าใจ เข้าถึง พึ่งได้ เคล็ดลับความสำเร็จของหัวหน้างาน. https://www.brightsidepeople.com/ep518-empathy-เข้าใจ-เข้าถึง-พึ่งได้/
สุพล ครองยุติ. (2562). ทักษะภาวะผู้นำในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 [การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.
สุรเกียรติ อาชานานุภาพ. (2565). การสร้างสุขในการใช้ชีวิตและการทำงาน. https://dmh.go.th/news/view.asp?id=2466
อนรรฆพร ช่อลัดดา. (2565). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรีระยอง [งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational andPsychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.